ปุ๋ย 16-20-0 เป็นปุ๋ยเคมีผสมที่ให้ไนโตรเจนและฟอสฟอรัส แต่ไม่มีโพแทสเซียมในสูตร จึงพบในคำแนะนำรองพื้นของข้าวหรือพืชไร่บางชนิด โดยเฉพาะเมื่อดินต้องการฟอสฟอรัสและมีโพแทสเซียมเพียงพอ หรือมีแผนเติมโพแทสเซียมจากแหล่งอื่น สูตรนี้ไม่ใช่ปุ๋ยสำหรับนาทุกแปลง เพราะเนื้อดิน พันธุ์ข้าว ผลผลิตเป้าหมาย และธาตุอาหารเดิมต่างกัน
สูตร 16-20-0 บอกอะไร?
ตัวเลขเรียงตาม N–P₂O₅–K₂O หมายถึงปุ๋ย 100 กิโลกรัมมีไนโตรเจนรับประกัน 16 กิโลกรัม ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ 20 กิโลกรัม และโพแทช 0 กิโลกรัม
| น้ำหนักปุ๋ย | N | P₂O₅ | K₂O |
|---|---|---|---|
| 1 กก. | 0.16 กก. | 0.20 กก. | 0 กก. |
| 25 กก. | 4 กก. | 5 กก. | 0 กก. |
| 50 กก. | 8 กก. | 10 กก. | 0 กก. |
จุดที่ต้องจำคือเลขศูนย์ท้ายสูตรหมายถึงไม่มีโพแทสเซียมรับประกัน หากดินขาด K การใช้ 16-20-0 เพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ความขาดนั้นได้
ทำไมจึงใช้กับข้าวบางพื้นที่?
กรมพัฒนาที่ดินมีคำแนะนำใช้ 16-20-0 เป็นส่วนหนึ่งของแผนปุ๋ยข้าวในดินบางกลุ่ม โดยใช้ร่วมกับแหล่งไนโตรเจน เช่น 46-0-0 และในบางกรณีใช้ร่วมกับ 0-0-60 เพื่อให้ได้โพแทสเซียมตามความต้องการ ตัวอย่างคำแนะนำสำหรับดินบางชนิดกำหนดให้ใส่ 16-20-0 ช่วงต้นหลังหว่านหรือปักดำ แล้วแต่งไนโตรเจนในระยะต่อมา สิ่งนี้แสดงว่าสูตร 16-20-0 เป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผน ไม่ใช่สูตรจบในกระสอบเดียว
เหมาะกับดินและพืชแบบใด?
- แปลงที่ผลวิเคราะห์ดินหรือคำแนะนำรายชุดดินระบุว่าต้องการไนโตรเจนและฟอสฟอรัส
- ดินที่มีโพแทสเซียมเพียงพอ หรือมีแผนใส่แหล่งโพแทสเซียมแยกต่างหาก
- ข้าวและพืชไร่บางชนิดในระยะตั้งตัวหรือสร้างราก ตามคำแนะนำเฉพาะพืช
- ระบบที่สามารถแบ่งใส่ไนโตรเจนภายหลังให้สัมพันธ์กับระยะพืชและผลผลิตเป้าหมาย
กรณีที่ไม่ควรเลือกโดยอัตโนมัติ
- ดินทรายหรือแปลงที่โพแทสเซียมต่ำ แต่ไม่มีแผนเติม K
- ดินที่มีฟอสฟอรัสสะสมสูงจากการใส่ต่อเนื่อง
- พืชอยู่ในระยะที่ต้องการโพแทสเซียมสูงเพื่อการสร้างแป้ง ผล หรือความแข็งแรง
- เห็นพืชเหลืองแล้วสรุปว่าขาดปุ๋ยทันที เพราะอาจเกิดจากน้ำขัง รากเสีย โรค หรือค่าพีเอชไม่เหมาะ
วิธีใช้ 16-20-0 แบบเป็นขั้นตอน
- ระบุชุดดินหรือวิเคราะห์ดิน: ใช้แผนที่ดินของกรมพัฒนาที่ดินร่วมกับตัวอย่างดินจริงเมื่อทำได้
- เลือกคำแนะนำของชนิดพืช: ข้าวไวต่อช่วงแสง ข้าวไม่ไวต่อช่วงแสง ข้าวโพด หรือพืชอื่นมีความต้องการต่างกัน
- คำนวณธาตุอาหารรวม: นับ N และ P₂O₅ จาก 16-20-0 รวมกับยูเรียหรือปุ๋ยสูตรอื่นทุกครั้ง
- ตรวจช่องว่างโพแทสเซียม: หากคำแนะนำต้องการ K₂O ต้องเพิ่มแหล่ง K ในปริมาณที่คำนวณ ไม่ใช่เดาจากสีใบ
- แบ่งใส่ตามระยะ: ฟอสฟอรัสมักวางในช่วงต้น ส่วนไนโตรเจนอาจแบ่งแต่งตามระยะและศักยภาพผลผลิต
- บันทึกผล: จดวันที่ สูตร อัตรา ฝน น้ำ และผลผลิตเพื่อปรับรอบต่อไป
ตัวอย่างคำนวณจากกระสอบ
ปุ๋ย 16-20-0 จำนวน 30 กิโลกรัม ให้ N = 30 × 0.16 = 4.8 กิโลกรัม และ P₂O₅ = 30 × 0.20 = 6 กิโลกรัม แต่ไม่ให้ K₂O หากคำแนะนำต้องการ N มากกว่านี้ การเติมยูเรียต้องคำนวณเฉพาะส่วนที่ยังขาดหลังหัก 4.8 กิโลกรัมแล้ว
การใส่ในนาข้าวและพืชไร่
ใส่ให้กระจายสม่ำเสมอในช่วงที่สภาพน้ำและดินเหมาะ ไม่หว่านก่อนฝนหนักหรือในน้ำไหล เพราะเพิ่มการสูญเสีย สำหรับการใส่รองพื้นพืชไร่ ไม่ควรให้เม็ดปุ๋ยสัมผัสเมล็ดหรือรากอ่อนโดยตรง ควรแยกตำแหน่งหรือกลบดินตามคำแนะนำของพืชและเครื่องมือที่ใช้
สัญญาณที่ควรหยุดและตรวจสาเหตุ
- ต้นชะงักแม้ใส่ปุ๋ยแล้ว: ตรวจราก ความชื้น ความเป็นกรดด่าง และโรค
- ขอบใบไหม้หรือพืชเหี่ยวหลังใส่: อาจมีความเข้มข้นปุ๋ยสูงหรือดินแห้ง
- ต้นอ่อนเขียวเข้มมากแต่ล้มง่าย: ทบทวนไนโตรเจนรวมจากทุกแหล่ง
- ผลผลิตไม่เพิ่มหลายรอบ: ส่งวิเคราะห์ดินและประเมินข้อจำกัดอื่นแทนการเพิ่มอัตรา
ความปลอดภัย
ใช้ถุงมือ รองเท้าหุ้มส้น และหน้ากากเมื่อเกิดฝุ่น ล้างมือและอุปกรณ์หลังใช้ เก็บปุ๋ยแห้งบนพาเลต แยกจากอาหาร อาหารสัตว์ เมล็ดพันธุ์ และน้ำดื่ม ไม่ใช้ภาชนะใส่อาหารมาตวงปุ๋ย และปฏิบัติตามฉลากเสมอ
คำถามที่พบบ่อย
16-20-0 ใช้แทน 15-15-15 ได้ไหม?
แทนกันตรง ๆ ไม่ได้ เพราะ 16-20-0 มีฟอสฟอรัสสูงกว่าและไม่มีโพแทสเซียม ขณะที่ 15-15-15 ให้ครบสามธาตุในสัดส่วนเท่ากัน
ใช้ 16-20-0 กับนาทุกแปลงได้หรือไม่?
ไม่ได้ ควรตรวจคำแนะนำรายชุดดินและชนิดข้าว เพราะบางแปลงเหมาะกับสูตรอื่นหรือจำเป็นต้องเติมโพแทสเซียม
ต้องใส่ยูเรียร่วมด้วยเสมอไหม?
ไม่เสมอไป ขึ้นกับไนโตรเจนที่ดินให้ได้ ผลผลิตเป้าหมาย และปริมาณ N ที่ได้รับจาก 16-20-0 กับแหล่งอื่นแล้ว
อ่านต่อ: ปุ๋ย 15-15-15, ปุ๋ย 13-13-21 และ วิธีเก็บตัวอย่างดินส่งวิเคราะห์
แหล่งข้อมูลและเครดิตภาพ
- กรมพัฒนาที่ดิน: คำแนะนำปุ๋ยข้าวตามชนิดดิน
- กรมพัฒนาที่ดิน: การจัดการดินและการใช้ 16-20-0 ในนา
- ภาพถ่ายจริงการใส่ปุ๋ยในแปลงข้าวโพด โดย Lynn Betts, USDA NRCS — สาธารณสมบัติ ภาพใช้แสดงวิธีใส่ปุ๋ยในแปลง ไม่ใช่หลักฐานว่าปุ๋ยในภาพเป็นสูตร 16-20-0
บทความนี้ไม่ใช่อัตราแนะนำรายแปลง ควรใช้ผลวิเคราะห์ดิน โปรแกรมคำแนะนำของกรมพัฒนาที่ดิน และคำปรึกษาเจ้าหน้าที่ในพื้นที่





