กรมส่งเสริมการเกษตรแจ้งหลักเกณฑ์ช่วยเหลือเกษตรกรที่พื้นที่เพาะปลูกเสียหายจากภัยธรรมชาติ โดยย้ำ 3 ขั้นตอนสำคัญ คือ ตรวจทะเบียนเกษตรกร ยื่นแบบ กษ 01 และเข้าร่วมประชาคม หลักเกณฑ์ใหม่นี้ใช้กับกรณีภัยพิบัติที่ผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศเขตภัยพิบัติตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป
เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบควรเริ่มดำเนินการทันทีหลังสถานการณ์ปลอดภัย เพราะข้อมูลแปลงปลูกและความเสียหายต้องผ่านการตรวจสอบตามลำดับก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาความช่วยเหลือ
3 ขั้นตอนที่เกษตรกรต้องดำเนินการ
1. ตรวจสอบทะเบียนเกษตรกร
ตรวจสอบว่าพื้นที่เพาะปลูกได้รับการขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันก่อนเกิดภัยแล้วหรือไม่ ทะเบียนเกษตรกรเป็นหลักฐานสำคัญสำหรับตรวจสอบสิทธิและรายละเอียดแปลงปลูก หากข้อมูลไม่ตรงกับการเพาะปลูกจริง อาจทำให้การตรวจสอบล่าช้าหรือไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์
2. ยื่นแบบขอรับการช่วยเหลือ กษ 01
เมื่อเกิดความเสียหาย ให้ยื่นแบบ กษ 01 ที่สำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่เกิดเหตุ แบบคำขอต้องผ่านการตรวจสอบและรับรองความเสียหายจากผู้ใหญ่บ้าน กำนัน องค์การบริหารส่วนตำบล หรือนายกเทศมนตรีตามกรณี
3. เข้าร่วมประชาคมและติดตามประกาศผล
หลังยื่นเอกสารแล้ว เกษตรกรต้องเข้าร่วมประชาคมและติดตามรายชื่อผู้ผ่านการตรวจสอบตามสถานที่ที่เจ้าหน้าที่กำหนด หากได้รับอนุมัติ ธ.ก.ส. จะดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรงตามขั้นตอน จึงควรระวังผู้ที่อ้างว่าสามารถเรียกเก็บค่าดำเนินการหรือช่วยเร่งการอนุมัติได้
อัตราความช่วยเหลือกรณีพืชเสียหายจนฟื้นฟูไม่ได้
| ประเภทพืช | อัตราช่วยเหลือ |
|---|---|
| ข้าว | 2,240 บาทต่อไร่ |
| พืชไร่และพืชผัก | 3,180 บาทต่อไร่ |
| ไม้ผล ไม้ยืนต้น และพืชอื่น ๆ | 6,800 บาทต่อไร่ |
การช่วยเหลือพิจารณาตามพื้นที่เสียหายจริงและไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่ ส่วนไม้ผลหรือไม้ยืนต้นที่ชะงักการเจริญเติบโตแต่ยังฟื้นฟูได้ หรือผลผลิตได้รับความเสียหาย มีอัตราช่วยเหลือ 3,400 บาทต่อไร่ โดยเมื่อรวมกับกรณีพืชเสียหายจนฟื้นฟูไม่ได้แล้วต้องไม่เกิน 30 ไร่ต่อครัวเรือน
พื้นที่ถูกดิน โคลน หรือซากวัสดุทับถม
หากพื้นที่เพาะปลูกถูกหิน ดิน ทราย ไม้ โคลน หรือซากวัสดุทับถมจนไม่สามารถใช้เพาะปลูกได้ และหน่วยงานรัฐไม่สามารถเข้าไปดำเนินการให้ได้ หลักเกณฑ์กำหนดความช่วยเหลือค่าขุดลอกและขนย้ายในพื้นที่ไม่เกิน 5 ไร่ อัตราไร่ละ 16,000 บาท ทั้งนี้ต้องผ่านการตรวจสอบตามเงื่อนไขของทางราชการ
ควรเตรียมข้อมูลอะไรไว้บ้าง
- เลขทะเบียนเกษตรกรและข้อมูลแปลงปลูกที่เป็นปัจจุบัน
- บัตรประชาชนและเอกสารที่สำนักงานเกษตรอำเภอแจ้งให้เตรียม
- รายละเอียดชนิดพืช วันที่ปลูก และพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจริง
- ภาพถ่ายแปลงและความเสียหายเมื่อสามารถบันทึกได้อย่างปลอดภัย
- ข้อมูลบัญชี ธ.ก.ส. ที่ถูกต้องสำหรับขั้นตอนโอนเงิน
สำนักงานเกษตรอำเภอจะรวบรวมแบบ กษ 01 เสนอต่อคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติระดับอำเภอ โดยกรมส่งเสริมการเกษตรระบุกรอบการพิจารณาระดับอำเภอภายใน 40 วันนับจากวันที่เกิดภัย หากวงเงินระดับอำเภอไม่เพียงพอจึงเสนอพิจารณาตามลำดับในระดับจังหวัด
ข้อควรรู้: อัตราที่ระบุเป็นข้อมูลตามประกาศข่าวของกรมส่งเสริมการเกษตร การได้รับความช่วยเหลือจริงขึ้นอยู่กับการประกาศเขตภัยพิบัติ การตรวจสอบทะเบียน ความเสียหาย และมติของคณะกรรมการในพื้นที่ เกษตรกรควรสอบถามสำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้านก่อนดำเนินการ
ภาพปกเป็นภาพประกอบเพื่อการสื่อสาร ไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริง
แหล่งข้อมูล: กรมส่งเสริมการเกษตร วันที่ 22 สิงหาคม 2569





