โรคแอนแทรคโนสพริกมักเริ่มเป็นแผลยุบเล็ก ๆ บนผล ก่อนขยายเป็นวงสีน้ำตาลเข้มหรือดำ และอาจเห็นกลุ่มสปอร์สีส้มอมชมพูเมื่ออากาศชื้น โรคนี้ทำให้ผลผลิตเสียคุณภาพและอายุเก็บรักษาสั้น การจัดการที่ได้ผลจึงต้องเริ่มก่อนเห็นผลเน่าจำนวนมาก โดยลดความชื้นสะสม ใช้เมล็ดและต้นกล้าสะอาด เก็บผลป่วยออก และสำรวจแปลงสม่ำเสมอ
โรคแอนแทรคโนสพริกเกิดจากอะไร
โรคเกิดจากเชื้อราในกลุ่ม Colletotrichum ซึ่งสามารถเข้าทำลายพริกได้หลายระยะ เชื้ออาจติดมากับเมล็ด เศษพืช ผลป่วย หรืออยู่ในพืชอาศัยใกล้แปลง สปอร์แพร่กระจายได้ด้วยน้ำฝน น้ำกระเด็น เครื่องมือ ภาชนะ และการเคลื่อนย้ายผลผลิต
อากาศชื้น ฝนตกต่อเนื่อง ใบและผลเปียกนาน ทรงพุ่มแน่น และการปล่อยผลป่วยคาต้น ล้วนเพิ่มโอกาสระบาด งานวิจัยของกรมวิชาการเกษตรระบุว่าโรคแอนแทรคโนสเป็นปัญหาสำคัญของพริก โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน และการจัดการแบบผสมผสานเหมาะกว่าการพึ่งวิธีใดวิธีหนึ่ง
อาการสำคัญที่ควรจำ
- ผลเริ่มมีจุดฉ่ำน้ำหรือแผลกลมเล็ก ๆ แล้วค่อยยุบตัว
- แผลเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มหรือดำ ขอบแผลค่อนข้างชัด
- แผลบางชนิดเห็นวงซ้อนกันคล้ายเป้า
- เมื่อชื้นมาก อาจเห็นกลุ่มสปอร์สีส้ม ชมพู หรือส้มอมชมพูบนแผล
- ผลที่ดูปกติตอนเก็บอาจแสดงอาการภายหลัง หากเชื้ออยู่ในระยะแฝง

แยกจากปัญหาอื่นอย่างไร
แผลบนผลพริกไม่ได้เป็นแอนแทรคโนสทุกกรณี อาการอาจคล้ายแดดเผา แผลจากแมลง การขาดธาตุอาหาร หรือโรคผลเน่าชนิดอื่น ให้ดูตำแหน่ง รูปร่าง การยุบตัว การกระจายของแผล และสภาพแปลงร่วมกัน
| ลักษณะ | จุดสังเกตเบื้องต้น |
|---|---|
| แอนแทรคโนส | แผลกลมหรือรี ยุบตัว สีเข้ม อาจมีวงซ้อนและกลุ่มสปอร์เมื่อชื้น |
| แดดเผา | มักอยู่ด้านรับแดด เนื้อเยื่อซีดหรือแห้งคล้ายกระดาษ ไม่เริ่มเป็นวงยุบแบบโรค |
| แผลแมลงหรือรอยขีดข่วน | สัมพันธ์กับรอยกัด เจาะ หรือการเสียดสี และอาจไม่มีวงสปอร์ |
| ผลเน่าชนิดอื่น | เนื้ออาจนิ่ม ฉ่ำน้ำ มีกลิ่น หรือกระจายไม่เป็นวง ต้องตรวจยืนยัน |
หากต้องตัดสินใจใช้สารหรือพบอาการรุนแรง ควรนำตัวอย่างทั้งผลป่วยระยะแรกและผลปกติจากต้นเดียวกันให้สำนักงานเกษตรหรือห้องปฏิบัติการช่วยวินิจฉัย
วงจรที่ทำให้โรคกลับมาซ้ำ
- เชื้ออยู่ในเมล็ด เศษซาก ผลป่วย หรือพืชอาศัย
- สปอร์กระจายด้วยฝนและน้ำกระเด็นไปยังดอกหรือผล
- เชื้อเข้าทำลายและอาจแฝงตัวโดยยังไม่เห็นอาการ
- เมื่อผลสุกหรือสภาพชื้นเหมาะสม แผลจึงปรากฏและสร้างสปอร์เพิ่ม
- ผลป่วยที่คาต้นหรือทิ้งในแปลงกลายเป็นแหล่งเชื้อรอบใหม่
วิธีจัดการโรคแอนแทรคโนสแบบผสมผสาน
1. เริ่มจากเมล็ดและต้นกล้าสะอาด
เลือกเมล็ดพันธุ์จากแหล่งเชื่อถือได้ ไม่เก็บเมล็ดจากผลที่เคยมีอาการ ใช้วัสดุเพาะและถาดเพาะสะอาด แยกต้นกล้าผิดปกติออก และไม่วางถาดบนพื้นแฉะ
2. ลดเวลาที่ใบและผลเปียก
ปลูกให้มีระยะเหมาะกับทรงพุ่ม ตัดใบหรือกิ่งเสียเพื่อให้อากาศผ่าน และจัดแปลงให้ระบายน้ำดี หากทำได้ให้ใช้น้ำหยดหรือให้น้ำที่โคน หลีกเลี่ยงพ่นน้ำเหนือทรงพุ่มช่วงเย็นซึ่งทำให้ใบและผลเปียกข้ามคืน
3. เก็บผลป่วยออกตั้งแต่เริ่มพบ
เดินสำรวจหลังฝนตกและช่วงผลเริ่มเปลี่ยนสี เก็บผลที่มีแผลออกใส่ภาชนะ ไม่โยนไว้ตามร่องแปลง ทำความสะอาดกรรไกร ตะกร้า และโต๊ะคัดแยก เพราะสปอร์สามารถติดไปกับอุปกรณ์ได้
4. จัดการเศษพืชและหมุนเวียนพืช
หลังจบรอบปลูก ให้เก็บเศษพืชป่วยออกและจัดการอย่างเหมาะสม หลีกเลี่ยงปลูกพริกหรือพืชอาศัยเดิมซ้ำทันทีในแปลงที่ระบาดหนัก การหมุนเวียนพืชต่างวงศ์และคุมวัชพืชช่วยลดแหล่งเชื้อสะสม
5. ใช้ชีวภัณฑ์หรือสารป้องกันเมื่อมีเหตุผลรองรับ
กรมวิชาการเกษตรมีงานทดสอบจุลินทรีย์ปฏิปักษ์กลุ่ม Bacillus subtilis บางสายพันธุ์สำหรับลดความเสียหายของโรคแอนแทรคโนสพริก แต่ต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาต มีคุณภาพ และทำตามฉลาก ไม่ควรนำชื่อเชื้อจากงานวิจัยไปขยายใช้เองโดยไม่มีคำแนะนำ
หากจำเป็นต้องใช้สารป้องกันกำจัดโรคพืช ให้ตรวจทะเบียนปัจจุบันสำหรับพริก เลือกตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ สลับกลุ่มกลไกตามฉลาก สวมอุปกรณ์ป้องกัน และเว้นระยะก่อนเก็บเกี่ยว ห้ามเพิ่มอัตราหรือผสมหลายชนิดเพื่อหวังให้หยุดโรคเร็วขึ้น เพราะเพิ่มความเสี่ยงต่อผู้ใช้ ผลผลิต และการดื้อสาร
หลังเก็บเกี่ยวต้องระวังอะไร
- เก็บผลในช่วงอากาศแห้งและหลีกเลี่ยงทำให้ผิวผลช้ำ
- แยกผลมีแผลออกตั้งแต่แปลง ไม่บรรจุรวมกับผลดี
- ใช้ตะกร้าและพื้นที่คัดที่สะอาด ไม่วางผลบนพื้นดิน
- ลดอุณหภูมิและส่งจำหน่ายเร็วตามระบบที่เหมาะกับตลาด
- ตรวจผลซ้ำก่อนบรรจุ เพราะอาการแฝงอาจปรากฏภายหลัง
แผนตรวจแปลงแบบง่าย
| ช่วง | สิ่งที่ต้องดู | การตอบสนอง |
|---|---|---|
| ก่อนออกดอก | ความแน่นของพุ่ม การระบายน้ำ เศษผลเก่า | ตัดแต่ง เปิดทางน้ำ และทำความสะอาดแปลง |
| ติดผล | แผลเล็กบนผล น้ำกระเด็น และผลสัมผัสดิน | เก็บผลป่วย ลดใบเปียก และคลุมดินอย่างเหมาะสม |
| ฝนต่อเนื่อง | ความชื้นในพุ่มและการเพิ่มของแผล | เพิ่มความถี่สำรวจและปรึกษาเจ้าหน้าที่เมื่อโรคลุกลาม |
| เก็บเกี่ยว | ผลแฝง ช้ำ และความสะอาดภาชนะ | คัดแยกและทำความสะอาดระบบหลังเก็บเกี่ยว |
คำถามที่พบบ่อย
ผลพริกมีจุดดำทุกจุดคือแอนแทรคโนสหรือไม่
ไม่เสมอ ต้องดูว่าแผลยุบ มีวงซ้อน หรือเกิดกลุ่มสปอร์หรือไม่ รวมทั้งพิจารณาแดดเผา รอยแมลง และโรคอื่นร่วมด้วย หากไม่แน่ใจควรตรวจตัวอย่างก่อนใช้สาร
เด็ดผลป่วยออกแล้วโรคจะหายหรือไม่
ช่วยลดแหล่งสร้างสปอร์ แต่ต้องทำร่วมกับการลดความชื้น ทำความสะอาดอุปกรณ์ จัดการเศษพืช และเฝ้าดูผลรุ่นใหม่
พริกที่ยังไม่แสดงอาการขายได้หรือไม่
ผลอาจมีการติดเชื้อแฝง จึงต้องคัดผลอย่างระมัดระวัง รักษาความสะอาด ลดการช้ำ และทำตามมาตรฐานของตลาดปลายทาง
อ่านต่อ
หากกำลังวางระบบแปลงตั้งแต่ต้น อ่านคู่มือ วิธีปลูกพริกให้ดก แข็งแรง และเก็บผลได้นาน เพื่อจัดการระยะปลูก น้ำ ปุ๋ย และการสำรวจแปลงให้สัมพันธ์กัน
แหล่งข้อมูลประกอบ
- กรมวิชาการเกษตร: โรคแอนแทรคโนสของพริกขี้หนูแดง
- กรมวิชาการเกษตร: การใช้จุลินทรีย์ปฏิปักษ์ลดความเสียหายโรคแอนแทรคโนสพริก
- กรมวิชาการเกษตร: การจัดการโรคพริกหวานแบบผสมผสาน
บทความนี้ใช้เพื่อการสังเกตและวางแผนเบื้องต้น ไม่แทนผลวินิจฉัยจากห้องปฏิบัติการ และควรตรวจทะเบียนผลิตภัณฑ์อารักขาพืชล่าสุดก่อนใช้ทุกครั้ง




