ปุ๋ยสูตร 21-0-0 โดยทั่วไปคือแอมโมเนียมซัลเฟต มีไนโตรเจนรับรอง 21% และมักมีกำมะถันประมาณ 24% จึงไม่ใช่แค่ปุ๋ยเร่งใบ แต่เป็นแหล่งธาตุสองชนิดในครั้งเดียว เหมาะเมื่อผลวิเคราะห์ดินหรืออาการพืชชี้ว่าต้องการทั้งไนโตรเจนและกำมะถัน หรือในบางกรณีของดินด่างที่ต้องการลดความเสี่ยงการสูญเสียแอมโมเนียจากยูเรีย
ข้อจำกัดสำคัญคือแอมโมเนียมซัลเฟตมีฤทธิ์ตกค้างเป็นกรด การใช้ซ้ำต่อเนื่องในดินที่เป็นกรดอยู่แล้วอาจทำให้ปัญหารุนแรงขึ้น อีกทั้งมีไนโตรเจนน้อยกว่ายูเรียต่อกิโลกรัม จึงต้องเปรียบเทียบราคาจาก “ต้นทุนต่อกิโลกรัมไนโตรเจน” พร้อมคิดมูลค่ากำมะถัน ไม่ใช่ดูเฉพาะราคาต่อกระสอบ
สูตร 21-0-0 หมายถึงอะไร
เลข 21-0-0 แสดงสัดส่วนธาตุอาหารหลัก N–P2O5–K2O ปุ๋ย 100 กิโลกรัมจึงมีไนโตรเจนรับรอง 21 กิโลกรัม แต่ไม่มีฟอสเฟตและโพแทชรับรองตามตัวเลขสูตร สำหรับแอมโมเนียมซัลเฟตที่ระบุ 24% S กระสอบ 50 กิโลกรัมจะมีไนโตรเจน 10.5 กิโลกรัม และกำมะถันประมาณ 12 กิโลกรัม
เพราะไม่มีฟอสฟอรัสและโพแทสเซียม สูตรนี้จึงไม่ใช่ปุ๋ยครบสูตร หากแปลงขาด P หรือ K ต้องจัดธาตุเหล่านั้นจากแหล่งอื่นตามคำแนะนำ ไม่ควรใช้ 21-0-0 เพียงสูตรเดียวตลอดฤดูเพาะปลูกโดยไม่ประเมินสมดุลธาตุอาหาร
ไนโตรเจนและกำมะถันทำหน้าที่ต่างกันอย่างไร
ไนโตรเจนเกี่ยวข้องกับคลอโรฟิลล์ โปรตีน และการเจริญของใบและลำต้น เมื่อขาดมักเริ่มซีดเหลืองที่ใบแก่ แล้วจึงลามไปส่วนอื่น ส่วนกำมะถันเป็นองค์ประกอบของกรดอะมิโนและโคเอนไซม์ ช่วยการสร้างคลอโรฟิลล์และโปรตีน แต่เคลื่อนย้ายในต้นได้น้อยกว่า อาการขาดจึงมักเห็นที่ใบอ่อนก่อน
การแยกสองอาการด้วยสายตาเพียงอย่างเดียวอาจผิดพลาด โดยเฉพาะในข้าวซึ่งอาจเหลืองคล้ายกันทั้งแปลง ควรดูว่าใบส่วนใดเริ่มแสดงอาการ ประวัติการใส่ปุ๋ย การเผาหรือไถกลบเศษพืช เนื้อดิน และใช้ผลวิเคราะห์ดินหรือพืชประกอบเมื่อมีความเสี่ยงสูง
พื้นที่ที่มีโอกาสขาดกำมะถัน
กรมการข้าวระบุว่า การขาดกำมะถันอาจพบในดินอินทรียวัตถุต่ำ ดินทรายจัด พื้นที่ที่มีการเผาฟางเป็นประจำ หรือระบบที่ใช้ปุ๋ยซึ่งไม่มีกำมะถันต่อเนื่อง เช่น ยูเรียและ 0-46-0 อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงปัจจัยเสี่ยง ไม่ใช่หลักฐานว่าแปลงนั้นขาดกำมะถันแน่นอน
เมื่อใดควรพิจารณาปุ๋ย 21-0-0
- ต้องการทั้งไนโตรเจนและกำมะถัน: มีผลวิเคราะห์ดินหรือพืช หรือคำแนะนำเฉพาะพืชรองรับว่าทั้งสองธาตุไม่เพียงพอ
- ดินเป็นด่าง: คู่มือกรมวิชาการเกษตรบางระบบปลูกแนะนำให้พิจารณาแอมโมเนียมซัลเฟตแทนยูเรียเมื่อ pH สูงกว่า 7 เพื่อลดการสูญเสียไนโตรเจนเป็นแอมโมเนีย แต่ยังต้องดูชนิดพืชและสภาพแปลง
- ใช้เป็นแม่ปุ๋ย: นำไปผสมตามสูตรคำนวณเพื่อเติม N และ S โดยวัตถุดิบต้องเข้ากันได้และกระจายตัวสม่ำเสมอ
เมื่อใดควรระวังหรือหลีกเลี่ยง
- ดินกรดจัดหรือมีประวัติ pH ลดลงต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อไม่มีแผนตรวจความต้องการปูน
- พืชไม่ได้ต้องการกำมะถันเพิ่ม แต่เลือกเพียงเพราะราคาต่อกระสอบต่ำกว่า
- แปลงแห้งจัด น้ำท่วมขัง หรือฝนหนักใกล้เข้ามา ซึ่งรากใช้ธาตุอาหารไม่ได้ดีหรือปุ๋ยอาจสูญเสีย
- ต้องการแก้ใบเหลืองโดยยังไม่ตรวจสาเหตุอื่น เช่น รากเสีย โรค หรือการขาดธาตุเหล็ก
คำนวณปุ๋ย 21-0-0 จากปริมาณไนโตรเจนอย่างไร
หากคำแนะนำเฉพาะแปลงระบุปริมาณไนโตรเจน สามารถแปลงเป็นน้ำหนักปุ๋ยได้ดังนี้
น้ำหนักปุ๋ย 21-0-0 ที่ต้องใช้ = ปริมาณไนโตรเจนที่ต้องการ ÷ 0.21
ตัวอย่างเชิงคำนวณ: ความต้องการไนโตรเจน 10 กิโลกรัมต่อไร่ เทียบเป็นแอมโมเนียมซัลเฟตประมาณ 47.6 กิโลกรัมต่อไร่ และหากผลิตภัณฑ์รับรองกำมะถัน 24% ปริมาณนี้จะให้กำมะถันประมาณ 11.4 กิโลกรัมด้วย ตัวอย่างนี้ใช้สาธิตการแปลงหน่วยเท่านั้น ไม่ใช่อัตราแนะนำให้ใช้กับทุกพืช
ก่อนเลือกสูตรจึงควรตรวจทั้งความต้องการ N และ S หากคำนวณจากไนโตรเจนอย่างเดียว อาจให้กำมะถันมากกว่าที่จำเป็น ในทางกลับกัน หากคำนวณจากกำมะถันอย่างเดียวก็ต้องนับไนโตรเจนที่ติดมาด้วย เพื่อไม่ให้ผลรวมไนโตรเจนจากทุกแหล่งเกินเป้าหมาย
21-0-0 กับ 46-0-0 เลือกอย่างไร
| เกณฑ์เลือก | 21-0-0 แอมโมเนียมซัลเฟต | 46-0-0 ยูเรีย |
|---|---|---|
| ธาตุที่ได้ | N 21% และโดยทั่วไป S ราว 24% | N 46% |
| ปริมาณปุ๋ยเพื่อให้ N เท่ากัน | มากกว่า | น้อยกว่า |
| เหมาะเมื่อ | ต้องการ N พร้อม S หรือมีดินด่างตามคำแนะนำเฉพาะพื้นที่ | ต้องการ N เข้มข้นและบริหารการสูญเสียได้ |
| ข้อควรระวังหลัก | ทำให้ดินเป็นกรดเมื่อใช้ต่อเนื่อง | สูญเสีย NH3 ได้เมื่อหว่านบนผิวดินไม่เหมาะสม |
ในเชิงปริมาณ 21-0-0 ต้องใช้ประมาณ 2.19 กิโลกรัมจึงให้ไนโตรเจนเท่ากับยูเรีย 1 กิโลกรัม ดังนั้นการเปรียบเทียบราคาควรคำนวณต้นทุนต่อกิโลกรัม N แล้วพิจารณาว่ากำมะถันมีประโยชน์ต่อแปลงหรือไม่ อย่าตัดสินจากราคาหน้าร้านเพียงอย่างเดียว
หลักใช้ให้คุ้มและปลอดภัย
- ตรวจดินก่อน: อย่างน้อยควรทราบค่า pH อินทรียวัตถุ และประวัติการใส่ปุ๋ย หากใช้ต่อเนื่องควรติดตามค่า pH เป็นระยะ
- นับธาตุจากทุกแหล่ง: รวมไนโตรเจนจากปุ๋ยสูตรอื่น ปุ๋ยหมักจากเศษพืช เศษพืช และน้ำชลประทานตามข้อมูลที่มี ก่อนคำนวณส่วนที่ต้องเติม
- แบ่งใส่ตามระยะพืช: ลดความเข้มข้นรอบรากและช่วยให้ธาตุอาหารตรงกับช่วงที่พืชใช้ โดยยึดคำแนะนำเฉพาะชนิดพืช
- ใส่เมื่อดินมีความชื้นพอดี: ไม่หว่านลงดินแห้งแตกระแหงหรือแปลงที่กำลังจะรับฝนหนัก และไม่กองชิดเมล็ด รากอ่อน หรือโคนต้น
- ติดตามความเป็นกรด: หาก pH ลดลง อย่าซื้อปูนมาใส่ตามการคาดเดา ควรวิเคราะห์ความต้องการปูนและเลือกวัสดุปรับปรุงดินตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
การเลือกซื้อและเก็บรักษา
ซื้อจากร้านที่มีใบอนุญาต ตรวจฉลากภาษาไทยให้มีสูตรปุ๋ย ชื่อการค้า ประเภท เลขทะเบียน ปริมาณธาตุอาหารรับรอง น้ำหนักสุทธิ และข้อมูลผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า เม็ดหรือผลึกไม่ควรจับเป็นก้อนแข็ง มีความชื้นสูง หรือฉลากเลอะเลือน แอมโมเนียมซัลเฟตควรเก็บในที่แห้ง ร่ม อากาศถ่ายเท วางบนพาเลต และปิดกระสอบที่เปิดแล้วให้สนิท
ระหว่างชั่งและหว่านให้สวมถุงมือ หน้ากากกันฝุ่น เสื้อแขนยาว และรองเท้าหุ้มส้น หลีกเลี่ยงการสูดฝุ่นหรือให้เข้าตา ล้างมือและอุปกรณ์หลังใช้ และเก็บแยกจากเด็ก อาหาร อาหารสัตว์ และแหล่งน้ำ
คำถามที่พบบ่อย
ปุ๋ย 21-0-0 คือยูเรียหรือไม่
ไม่ใช่ โดยทั่วไป 21-0-0 คือแอมโมเนียมซัลเฟต มีไนโตรเจน 21% และกำมะถัน ส่วนยูเรียคือ 46-0-0 มีไนโตรเจน 46% จึงห้ามใช้สลับกันด้วยน้ำหนักเท่ากันโดยไม่คำนวณใหม่
21-0-0 ทำให้ดินเป็นกรดจริงหรือไม่
จริง แอมโมเนียมซัลเฟตมีผลทำให้ดินเป็นกรดเมื่อใช้ต่อเนื่อง จึงอาจเป็นประโยชน์บางกรณีในดินด่าง แต่เป็นความเสี่ยงในดินกรด การตรวจ pH และความต้องการปูนจึงสำคัญกว่าการตัดสินจากชื่อสูตร
ใช้ 21-0-0 แก้อาการขาดกำมะถันได้ทุกกรณีหรือไม่
ไม่ทุกกรณี เพราะปุ๋ยนี้ให้ไนโตรเจนมาพร้อมกัน หากพืชได้รับไนโตรเจนเพียงพออยู่แล้ว การเพิ่ม 21-0-0 อาจทำให้ N เกิน ควรวิเคราะห์ดินหรือพืช และพิจารณาแหล่งกำมะถันชนิดอื่นร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ
ทำไมใส่แล้วใบยังเหลือง
อาจเกิดจากใส่ผิดสาเหตุหรือรากดูดอาหารไม่ได้ เช่น ดินน้ำขัง แห้งจัด pH ไม่เหมาะ โรคราก หรือขาดธาตุอื่น ให้หยุดเติมปุ๋ยแบบเดาและตรวจราก น้ำ และดินก่อน
สรุป
ปุ๋ยสูตร 21-0-0 เหมาะเมื่อแปลงต้องการไนโตรเจนควบคู่กับกำมะถัน หรือมีเหตุผลด้านดินรองรับ แต่ไม่ใช่คำตอบอัตโนมัติสำหรับใบเหลืองทุกแปลง ใช้ผลวิเคราะห์ดินและคำแนะนำเฉพาะพืชเป็นจุดตั้งต้น คำนวณทั้ง N และ S แบ่งใส่ให้ตรงระยะ และติดตาม pH เมื่อใช้ต่อเนื่อง วิธีนี้ช่วยให้ปุ๋ยสร้างผลผลิตแทนการเพิ่มต้นทุนหรือเร่งให้ดินเป็นกรดโดยไม่จำเป็น
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมพัฒนาที่ดิน: ดินเพื่อประชาชน — ยูเรียและแอมโมเนียมซัลเฟต
- กรมการข้าว: การขาดไนโตรเจน
- กรมการข้าว: การขาดกำมะถันและแหล่งปุ๋ยกำมะถัน
- กรมวิชาการเกษตร: การจัดการดิน น้ำ และปุ๋ยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอ้อย
- กรมพัฒนาที่ดิน: การจัดการดินกรดและผลจากปุ๋ยรูปแอมโมเนียม
- กรมวิชาการเกษตร: วิธีตรวจฉลากและลักษณะปุ๋ยเบื้องต้น

