อัปเดต ณ วันที่ 14 ตุลาคม 2569: ผู้ผ่านคุณสมบัติโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เริ่มใช้สิทธิพร้อมกันตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป ผู้มีสิทธิรายเดิมที่ผ่านเกณฑ์รอบใหม่ไม่ต้องยืนยันตัวตนซ้ำ ส่วนผู้มีสิทธิรายใหม่และผู้ผ่านรอบทบทวนสิทธิต้องยืนยันตัวตน (e-KYC) ก่อนใช้สิทธิ โดยยังทำได้ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังหรือธนาคารกรุงไทยถึงวันที่ 12 มกราคม 2570 ส่วน ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน ธอส. และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยรับยืนยันตัวตนถึงวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ตามเวลาทำการ
บทความนี้เน้นตอบคำถามว่า เมื่อมีสิทธิแล้วจะใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 อย่างไร ได้วงเงินอะไร และต้องยืนยันตัวตนหรือไม่ หากต้องการตรวจผลรายบุคคล ควรอ่านหน้า วิธีตรวจสอบสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 โดยตรง เพราะการ “ตรวจผล” กับการ “เริ่มใช้สิทธิ” เป็นคนละขั้นตอน
สรุปบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 แบบสั้น
- โครงการรอบปี 2569 ปิดรับลงทะเบียนแล้ว โดยรับลงทะเบียนระหว่างวันที่ 4–21 มิถุนายน 2569
- ประกาศผลรอบหลักวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 และประกาศผลรอบทบทวนสิทธิเพิ่มเติมวันที่ 30 กันยายน 2569
- ผู้ได้รับสิทธิรวม 11.25 ล้านคน ตามข้อมูลกระทรวงการคลังที่เผยแพร่วันที่ 30 กันยายน 2569
- ผู้มีสิทธิทุกกลุ่มเริ่มรับสิทธิตามรอบปี 2569 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
- สิทธิปกติประกอบด้วยวงเงินซื้อสินค้า 300 บาทต่อเดือน ค่าเดินทาง 750 บาทต่อเดือน ส่วนลดก๊าซหุงต้ม 80 บาทต่อ 3 เดือน รวมถึงมาตรการค่าไฟ ค่าน้ำ และเงินเพิ่มเบี้ยความพิการตามเงื่อนไข
- เฉพาะเดือนตุลาคม 2569 ผู้ผ่านคุณสมบัติก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ได้รับวงเงินซื้อสินค้าเพิ่ม 700 บาท ทำให้วงเงินส่วนนี้รวมเป็น 1,000 บาทในเดือนตุลาคม ไม่ใช่วงเงินประจำทุกเดือน
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 คืออะไร
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นกลไกช่วยลดค่าครองชีพให้ผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบางที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติของรัฐ ชื่อที่ประชาชนคุ้นเคยคือ “บัตรคนจน” แต่ในทางปฏิบัติรอบปี 2569 ผู้ผ่านสิทธิอาจใช้วงเงินผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง หรือใช้บัตรประจำตัวประชาชนตามช่องทางที่กำหนด จึงไม่ควรรอรับบัตรพลาสติกใบใหม่โดยอัตโนมัติ

การลงทะเบียนรอบปี 2569 ไม่ได้เปิดให้ประชาชนทั่วไปทุกคนลงทะเบียนในรูปแบบเดียวกันทั้งหมด กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วยผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมที่ต้องลงทะเบียนยืนยันสิทธิ และกลุ่มตกหล่นตามฐานข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐ การพิจารณาใช้ข้อมูลหลายด้าน เช่น สถานะบุคคล รายได้ เงินฝาก สินเชื่อ ทรัพย์สิน ยานพาหนะ และข้อมูลอื่นตามหลักเกณฑ์ของโครงการ
ดังนั้น การเคยได้รับสิทธิในรอบก่อนหน้าไม่ได้แปลว่าจะผ่านรอบปี 2569 โดยอัตโนมัติ และการลงทะเบียนสำเร็จก็ยังไม่ใช่การรับรองว่า “ผ่านคุณสมบัติ” ผู้ลงทะเบียนต้องตรวจผลอย่างเป็นทางการก่อนเสมอ
วงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ได้อะไรบ้าง
สิทธิหลักที่กระทรวงการคลังประกาศสำหรับผู้ผ่านคุณสมบัติในรอบปี 2569 มีดังนี้ วงเงินแต่ละประเภทมีวัตถุประสงค์และเงื่อนไขต่างกัน ไม่สามารถถอนเป็นเงินสดหรือโอนข้ามประเภทได้โดยอัตโนมัติ

| ประเภทสิทธิ | วงเงิน | เงื่อนไขสำคัญ |
|---|---|---|
| ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษา และวัตถุดิบเพื่อเกษตรกรรม | 300 บาทต่อคนต่อเดือน | ใช้กับร้านธงฟ้าและร้านที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด วงเงินไม่สะสมไปเดือนถัดไป |
| ส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม | 80 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน | ใช้กับร้านค้าที่กระทรวงพลังงานกำหนด |
| ค่าเดินทางระบบขนส่งสาธารณะ | 750 บาทต่อคนต่อเดือน | ใช้กับระบบขนส่งที่เข้าร่วม เช่น รถโดยสาร รถไฟ รถไฟฟ้า เรือ และบริการที่โครงการกำหนด |
| ค่าไฟฟ้า | ไม่เกิน 315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน | เป็นมาตรการระดับครัวเรือนและต้องเป็นไปตามเงื่อนไข หากใช้เกินวงเงินที่กำหนด ผู้มีสิทธิต้องรับภาระค่าไฟทั้งหมด |
| ค่าน้ำประปา | สนับสนุน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน | ถ้าใช้น้ำเกิน 100 แต่ไม่เกิน 315 บาท ผู้มีสิทธิจ่ายส่วนเกินเอง หากเกิน 315 บาท ผู้มีสิทธิรับภาระทั้งหมด |
| เงินเพิ่มเบี้ยความพิการ | 200 บาทต่อเดือน | เฉพาะผู้มีบัตรประจำตัวคนพิการและผ่านคุณสมบัติโครงการ โดยจ่ายตามรอบที่กรมบัญชีกลางกำหนด |
ข้อควรรู้: วงเงิน 300 บาท ค่าเดินทาง 750 บาท และสิทธิอื่น ๆ เป็นคนละกระเป๋าสวัสดิการ จึงไม่ควรนำตัวเลขมาบวกรวมแล้วเข้าใจว่าเป็นเงินสดที่ถอนออกได้ทั้งหมด การใช้สิทธิต้องเป็นไปตามประเภทสินค้า บริการ ร้านค้า และระบบรับชำระของแต่ละวงเงิน
เดือนตุลาคม 2569 ได้ 1,000 บาททุกคนหรือไม่
รัฐบาลอนุมัติเพิ่มวงเงินซื้อสินค้าสำหรับผู้ผ่านคุณสมบัติบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ที่ผ่านคุณสมบัติก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2569 โดยเพิ่มอีก 700 บาทจากวงเงินปกติ 300 บาท ทำให้วงเงินซื้อสินค้ารวมเป็น 1,000 บาทต่อคนในเดือนตุลาคม 2569
ประเด็นสำคัญคือ วงเงิน 1,000 บาทดังกล่าวเป็นมาตรการเพิ่มเติมสำหรับเดือนตุลาคม 2569 ตามประกาศที่มีอยู่ ณ วันที่บทความนี้อัปเดต ไม่ควรเขียนหรือแชร์ต่อว่าเป็นวงเงินถาวรทุกเดือน และไม่ควรเหมารวมว่าสิทธิทุกประเภทเพิ่มเป็น 1,000 บาท ผู้ใช้สิทธิควรตรวจยอดคงเหลือจริงในแอปพลิเคชันเป๋าตังหรือช่องทางทางการก่อนซื้อสินค้า
ใครต้องยืนยันตัวตน e-KYC
ผู้มีสิทธิรายเดิมที่ผ่านคุณสมบัติปี 2569
ผู้เคยได้รับสิทธิโครงการปี 2565 และผ่านคุณสมบัติรอบปี 2569 ไม่ต้องยืนยันตัวตนใหม่ตามข้อมูลของโครงการ สามารถใช้สิทธิรอบใหม่ตามกำหนดได้ อย่างไรก็ตาม หากระบบของตนแสดงข้อความให้ดำเนินการเพิ่มเติม ควรตรวจสอบผ่านช่องทางทางการหรือสอบถามหน่วยรับลงทะเบียนก่อน
ผู้มีสิทธิรายใหม่และผู้ผ่านรอบทบทวนสิทธิ
กลุ่มนี้ต้องยืนยันตัวตนก่อนใช้สิทธิ โดยทำได้ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง หรือหน่วยรับลงทะเบียนที่กำหนด กำหนดเวลาล่าสุดมีดังนี้
- แอปพลิเคชันเป๋าตังและธนาคารกรุงไทย: ถึงวันที่ 12 มกราคม 2570
- ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน ธอส. และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย: ถึงวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ตามวันและเวลาทำการ
ผู้ที่สะดวกใช้สมาร์ทโฟนสามารถยืนยันตัวตนและใช้สิทธิผ่าน G Wallet ในแอปพลิเคชันเป๋าตัง ส่วนผู้ไม่มีสมาร์ทโฟนสามารถยืนยันตัวตนกับหน่วยรับลงทะเบียนและใช้สิทธิผ่านบัตรประจำตัวประชาชนตามขั้นตอนที่กำหนด กรณีมอบอำนาจต้องดำเนินการที่หน่วยรับลงทะเบียนและใช้เอกสารตามแบบของโครงการ ไม่ควรมอบบัตรประชาชน รหัส PIN หรือรหัส OTP ให้บุคคลที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ในช่องทางทางการ
ใช้สิทธิผ่านเป๋าตังกับบัตรประชาชนต่างกันอย่างไร
ผู้ใช้แอปพลิเคชันเป๋าตังสามารถชำระวงเงินสวัสดิการกับร้านหรือหน่วยงานที่รับชำระผ่านแอปพลิเคชันถุงเงิน ส่วนผู้ใช้บัตรประจำตัวประชาชนสามารถชำระผ่านแอปพลิเคชันถุงเงินหรือเครื่อง EDC ของร้านค้าและหน่วยงานที่เข้าร่วมตามเงื่อนไข ขณะใช้บัตรประชาชน ผู้มีสิทธิควรกดรหัสคู่บัตรด้วยตนเองและอาจต้องสแกนใบหน้าเพื่อยืนยันการทำรายการ
ก่อนซื้อสินค้า ควรถามร้านค้าว่ารับชำระวงเงินประเภทที่ต้องการหรือไม่ เพราะร้านที่รับวงเงินซื้อสินค้าอาจไม่ได้รองรับสิทธิก๊าซหุงต้ม ค่าเดินทาง หรือบริการอื่นทั้งหมด การตรวจสอบยอดและรายการใช้สิทธิเป็นประจำช่วยลดความสับสนและทำให้พบความผิดปกติได้เร็วขึ้น
กรณีไม่มีสมาร์ทโฟนควรทำอย่างไร
ไม่มีสมาร์ทโฟนไม่ได้แปลว่าใช้สิทธิไม่ได้ ผู้ผ่านคุณสมบัติสามารถเลือกใช้สิทธิผ่านบัตรประจำตัวประชาชนได้ แต่ผู้มีสิทธิรายใหม่ต้องผ่านการยืนยันตัวตนตามขั้นตอนก่อน ควรนำบัตรประชาชนตัวจริงและเอกสารที่หน่วยงานระบุไปติดต่อธนาคารที่ยังเปิดรับตามกำหนดเวลา หากเดินทางไม่สะดวกและต้องมอบอำนาจ ควรดาวน์โหลดหนังสือมอบอำนาจจากเว็บไซต์โครงการหรือสอบถามธนาคารโดยตรง เพื่อเตรียมเอกสารให้ครบและไม่ต้องเดินทางหลายครั้ง
เช็กสิทธิและติดตามข่าวจากที่ใดจึงปลอดภัย
ช่องทางหลักคือเว็บไซต์ โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ กระทรวงการคลัง แอปพลิเคชันเป๋าตัง แอปพลิเคชันทางรัฐ และหน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน ธอส. และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
โปรดระวังเว็บไซต์เลียนแบบ ลิงก์จากข้อความที่ไม่ทราบผู้ส่ง และเพจที่ขอค่าดำเนินการ โครงการของรัฐไม่ควรให้ประชาชนบอกรหัส OTP รหัส PIN หรือรหัสผ่านแอปแก่ผู้อื่น หากไม่แน่ใจ ให้พิมพ์ที่อยู่เว็บไซต์ทางการเองและตรวจสอบโดเมนที่ลงท้ายด้วย .go.th ก่อนกรอกข้อมูลส่วนบุคคล
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ยังลงทะเบียนได้หรือไม่
รอบที่ประกาศในปี 2569 เปิดรับระหว่างวันที่ 4–21 มิถุนายน 2569 และปิดรับแล้ว ณ วันที่ 14 ตุลาคม 2569 หากมีรอบใหม่ ต้องรอประกาศจากกระทรวงการคลังหรือเว็บไซต์โครงการ ไม่ควรเชื่อลิงก์ที่อ้างว่าเปิดรับเพิ่มโดยไม่มีประกาศทางการ
ผู้ผ่านสิทธิเดิมต้องยืนยันตัวตนใหม่หรือไม่
ผู้มีสิทธิรายเดิมจากโครงการปี 2565 ที่ผ่านคุณสมบัติปี 2569 ไม่ต้องยืนยันตัวตนใหม่ ส่วนผู้มีสิทธิรายใหม่และผู้ผ่านรอบทบทวนสิทธิต้องทำ e-KYC ก่อนใช้สิทธิ
วงเงินเดือนตุลาคม 1,000 บาทถอนเป็นเงินสดได้หรือไม่
เป็นวงเงินซื้อสินค้ากับร้านที่เข้าร่วม ไม่ใช่เงินสดที่ถอนออกได้ และเป็นวงเงินรวม 300 บาทปกติกับเงินเพิ่ม 700 บาทเฉพาะเดือนตุลาคม 2569 สำหรับกลุ่มที่เข้าเงื่อนไข
วงเงินที่ใช้ไม่หมดสะสมไปเดือนต่อไปหรือไม่
วงเงินสิทธิรายเดือนตามประกาศไม่สะสมไปเดือนถัดไป จึงควรตรวจประเภทวงเงินและวันหมดอายุในระบบก่อนใช้ โดยไม่จำเป็นต้องซื้อสิ่งของที่ไม่จำเป็นเพียงเพื่อใช้วงเงินให้หมด
ไม่มีสมาร์ทโฟนใช้สิทธิได้ไหม
ได้ ผู้มีสิทธิสามารถใช้บัตรประจำตัวประชาชนกับร้านค้าหรือหน่วยงานที่รองรับตามเงื่อนไข แต่ผู้มีสิทธิรายใหม่ต้องยืนยันตัวตนก่อน
สรุปสิ่งที่ควรทำตอนนี้
ผู้ที่ทราบแล้วว่าผ่านสิทธิ ควรแยกให้ออกว่าตนเป็นผู้มีสิทธิรายเดิมหรือรายใหม่ หากเป็นรายใหม่หรือผ่านรอบทบทวนสิทธิ ให้ดำเนินการ e-KYC ภายในกำหนด จากนั้นตรวจยอดสิทธิในระบบและใช้กับร้านค้าที่รองรับแต่ละประเภท ส่วนผู้ที่ยังไม่แน่ใจผล ให้ตรวจผ่านเว็บไซต์โครงการ แอปเป๋าตัง แอปทางรัฐ หรือธนาคารของรัฐที่ร่วมโครงการ หลีกเลี่ยงการส่งข้อมูลส่วนตัวให้เพจหรือบุคคลที่อ้างว่าสามารถเร่งสิทธิได้





