อัปเดตวันที่ 13 ตุลาคม 2569: “เงินช่วยเหลือเกษตรกรล่าสุด” ไม่ได้มีเพียงโครงการเดียว และแต่ละมาตรการมีสถานะต่างกัน บางโครงการอยู่ระหว่างจ่ายให้ผู้มีสิทธิเดิม บางโครงการเปิดให้ผู้ประสบภัยยื่นคำร้องตามพื้นที่ และบางรายการเป็นสินเชื่อที่ต้องชำระคืน ไม่ใช่เงินให้เปล่า บทความนี้สรุปเฉพาะข้อมูลที่มีประกาศจากหน่วยงานรัฐหรือหน่วยงานเจ้าของโครงการแล้ว เพื่อให้เกษตรกรตรวจสอบได้ตรงเรื่องและไม่หลงเชื่อข่าวลวง
สรุปสั้นที่สุด
- เงินไร่ละ 1,000 บาท: ยังอยู่ในช่วงดำเนินการถึง 31 ธันวาคม 2569 แต่เป็นโครงการข้าวนาปี ปีการผลิต 2568/69 สำหรับผู้มีสิทธิตามฐานข้อมูล ไม่ใช่การเปิดสมัครรอบใหม่ทั่วไป
- เยียวยาพืชเสียหายจากน้ำท่วม: ดำเนินการในพื้นที่ที่ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ ต้องมีทะเบียนเกษตรกรและผ่านการตรวจสอบความเสียหาย
- สินเชื่อฉุกเฉินและฟื้นฟู ธ.ก.ส.: ผู้ได้รับผลกระทบสามารถติดต่อสาขาที่สังกัด แต่เป็นเงินกู้และต้องผ่านหลักเกณฑ์ธนาคาร
- สินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง: เป็นสินเชื่อลดต้นทุนการผลิต ไม่ใช่เงินแจก และการอนุมัติขึ้นอยู่กับเงื่อนไขโครงการกับ ธ.ก.ส.

ตารางสถานะเงินช่วยเหลือเกษตรกรล่าสุด 2569
| มาตรการ | สถานะ ณ 13 ต.ค. 2569 | ลักษณะความช่วยเหลือ | ต้องทำอะไร |
|---|---|---|---|
| ช่วยชาวนาไร่ละ 1,000 บาท ปีการผลิต 2568/69 | กำลังดำเนินการจ่ายผู้มีสิทธิ/กลุ่มตกหล่น ถึง 31 ธ.ค. 2569 | เงินช่วยเหลือ สูงสุด 10,000 บาทต่อครัวเรือน | ตรวจสถานะกับ ธ.ก.ส. และตรวจข้อมูลทะเบียนผู้ปลูกข้าว |
| เยียวยาพืชเสียหายจากภัยพิบัติ | ใช้เกณฑ์ใหม่กับภัยที่เข้าเงื่อนไขและพื้นที่ประกาศภัย | เงินช่วยเหลือตามชนิดพืชและความเสียหายจริง | ยื่นแบบ กษ 01 และรอสำรวจ–ประชาคม–รับรอง |
| สินเชื่อฉุกเฉินผู้ประสบภัย ธ.ก.ส. | รับแจ้งความประสงค์ผ่านสาขา | เงินกู้ไม่เกิน 50,000 บาท ดอกเบี้ย 0% หกเดือนแรก | ติดต่อสาขา ธ.ก.ส. ที่สังกัด |
| สินเชื่อฟื้นฟูผู้ประสบภัย | รับพิจารณาตามหลักเกณฑ์ธนาคาร | เงินกู้ไม่เกิน 500,000 บาท อัตรา MRR-2 | เตรียมข้อมูลความเสียหายและให้ธนาคารประเมิน |
| สินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งลดต้นทุน | มีโครงการแล้ว ให้สอบถามวงเงินและเงื่อนไขล่าสุดที่สาขา | กู้ไม่เกิน 100,000 บาท เกษตรกรรับภาระดอกเบี้ย 3% เมื่อทำตามเงื่อนไข | ต้องเป็นลูกค้า ธ.ก.ส. และขึ้นทะเบียนเกษตรกร |
หมายเหตุ: คำว่า “กำลังดำเนินการ” ไม่ได้แปลว่าทุกคนสามารถสมัครใหม่ได้ทันที ต้องดูเงื่อนไขของแต่ละโครงการและสถานะรายบุคคล
1. เงินช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาท ปี 2569 ล่าสุด
คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 เพิ่มกรอบวงเงิน 1,544.98 ล้านบาท เพื่อจ่ายให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่มีสิทธิเพิ่มเติม 233,729 ครัวเรือน ภายใต้โครงการช่วยเหลือผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2568/69 อัตราไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 10 ไร่ หรือสูงสุด 10,000 บาทต่อครัวเรือน พร้อมขยายระยะเวลาดำเนินโครงการถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569
ประเด็นสำคัญคือ นี่เป็นการเดินหน้าจ่ายให้ผู้มีสิทธิตามโครงการเดิมและกลุ่มที่ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมแล้ว ไม่ใช่ประกาศเปิดโครงการไร่ละ 1,000 บาทรอบใหม่สำหรับปีการผลิต 2569/70 เกษตรกรจึงไม่ควรส่งข้อมูลส่วนตัวให้เพจหรือบุคคลที่อ้างว่าสามารถ “รับลงทะเบียนรอบใหม่” โดยไม่มีลิงก์จากหน่วยงานทางการ
ผู้ที่รอเงินสามารถตรวจสถานะการโอนผ่านเว็บไซต์ ระบบตรวจสอบเงินสนับสนุนของ ธ.ก.ส. แอป BAAC Mobile, LINE Official @baacfamily หรือ SMS Alert ของธนาคาร หากพบว่าข้อมูลแปลงหรือทะเบียนผู้ปลูกข้าวไม่ตรง ให้ติดต่อสำนักงานเกษตรอำเภอที่ตั้งแปลง ส่วนข้อมูลบัญชีหรือการโอนให้สอบถาม ธ.ก.ส.
2. เงินเยียวยาเกษตรกรน้ำท่วมและภัยพิบัติ
กรมส่งเสริมการเกษตรรายงานเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569 ว่า เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนหรือมีสมุดทะเบียนเกษตรกรแล้ว และมีพื้นที่เสียหายจริงในเขตที่ประกาศให้ความช่วยเหลือ สามารถเข้าสู่กระบวนการเยียวยาตามหลักเกณฑ์ภัยพิบัติด้านการเกษตร พ.ศ. 2569 สำหรับภัยที่เกิดตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2569 โดยอัตราที่รายงานล่าสุด ได้แก่ ข้าว 2,240 บาทต่อไร่ พืชไร่และพืชผัก 3,180 บาทต่อไร่ และไม้ผล ไม้ยืนต้น หรือพืชอื่นที่เสียหาย 6,800 บาทต่อไร่ สูงสุดไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่
กรณีไม้ผลหรือไม้ยืนต้นชะงักการเจริญเติบโตแต่ฟื้นฟูได้ อัตราช่วยเหลือ 3,400 บาทต่อไร่ ส่วนพื้นที่ที่มีหิน ดิน ทราย โคลน หรือซากวัสดุทับถมจนเพาะปลูกไม่ได้ อาจได้รับค่าขุดลอกและขนย้าย 16,000 บาทต่อไร่ ไม่เกิน 5 ไร่ ตามเงื่อนไขที่กำหนด
เงินส่วนนี้ไม่ได้จ่ายอัตโนมัติเพียงเพราะมีน้ำท่วม เกษตรกรต้องแจ้งความเสียหาย ยื่นแบบ กษ 01 ต่อสำนักงานเกษตรอำเภอ รอเจ้าหน้าที่สำรวจ ตรวจสอบทะเบียน ทำประชาคม และรับรองพื้นที่เสียหายก่อน หน่วยงานในจังหวัดจึงส่งรายชื่อเพื่อดำเนินการจ่าย ดังนั้นควรถ่ายภาพแปลง ระบุตำแหน่ง เก็บหลักฐานวันเกิดเหตุ และติดต่อเจ้าหน้าที่โดยเร็วภายในช่วงเวลาที่ประกาศ
3. สินเชื่อ ธ.ก.ส. สำหรับผู้ประสบภัย: ต้องแยกจากเงินเยียวยา
ธ.ก.ส. มีมาตรการสินเชื่อสำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติปี 2569/70 สองส่วน ได้แก่ สินเชื่อค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน วงเงินไม่เกิน 50,000 บาท ดอกเบี้ย 0% ในหกเดือนแรก หลังจากนั้นคิด MRR และสินเชื่อฟื้นฟูคุณภาพชีวิต วงเงินไม่เกิน 500,000 บาท อัตราดอกเบี้ย MRR-2 ระยะเวลาชำระคืนสูงสุด 15 ปี สำหรับซ่อมบ้าน โรงเรือน เครื่องมือ หรือฟื้นฟูการผลิต
ทั้งสองรายการเป็นสินเชื่อ ไม่ใช่เงินให้เปล่า ผู้ขอกู้ต้องผ่านการพิจารณาของธนาคาร ควรประเมินความสามารถชำระหนี้ก่อนสมัคร และสอบถามอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันกับสาขา ธ.ก.ส. ที่ตนสังกัด เพราะ MRR สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามประกาศธนาคาร ติดต่อ ธ.ก.ส. Contact Center 02-555-0555 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
4. สินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งเพื่อลดต้นทุนการผลิต
โครงการนี้เปิดทางให้เกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. ที่ขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานภาครัฐ กู้ได้ไม่เกิน 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ยโครงการ 6% ต่อปี โดยรัฐบาลชดเชย 3% และเกษตรกรชำระ 3% เมื่อปฏิบัติตามเงื่อนไข เช่น เข้ารับการพัฒนาทักษะ ใช้เงินซื้อปุ๋ยผ่านสถาบันเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร หรือวิสาหกิจชุมชนที่ร่วมโครงการ และใช้เมล็ดพันธุ์ที่ผ่านการรับรอง
มาตรการนี้ช่วยลดภาระดอกเบี้ย แต่ยังเป็นหนี้ที่ต้องชำระ ผู้สนใจควรสอบถาม ธ.ก.ส. เรื่องช่วงรับคำขอ วงเงินคงเหลือ เอกสาร หลักประกัน และเงื่อนไขเฉพาะพื้นที่ก่อนตัดสินใจ ไม่ควรเชื่อข้อความโฆษณาที่ใช้คำว่า “แจกเงินซื้อปุ๋ย” เพราะไม่ตรงกับลักษณะโครงการ
5. เงินช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มที่ไม่เปิดรับสมัครใหม่
รัฐบาลยังขยายเวลาจ่ายเงินโครงการพัฒนาสวนลำไยคุณภาพถึง 31 ธันวาคม 2569 แต่การขยายเวลานี้มีเป้าหมายจ่ายให้เกษตรกร 96 ครัวเรือนที่ผ่านเกณฑ์และยังโอนไม่สำเร็จ ไม่ใช่การเปิดรับสมัครเกษตรกรสวนลำไยทั่วประเทศรอบใหม่ จุดนี้เป็นตัวอย่างว่าข่าว “ขยายเวลาโครงการ” อาจหมายถึงขยายเวลาจ่าย ไม่ได้หมายถึงขยายเวลาสมัครเสมอไป
เช็กลิสต์ก่อนตรวจสอบสิทธิ์
- ตรวจว่าชื่อโครงการตรงกับอาชีพ ชนิดพืช ปีการผลิต และพื้นที่ของตนหรือไม่
- ตรวจข้อมูลทะเบียนเกษตรกรให้เป็นปัจจุบันผ่าน Farmbook, e-Form หรือสำนักงานเกษตรอำเภอ
- ตรวจชื่อ–นามสกุล เลขประจำตัวประชาชน และบัญชี ธ.ก.ส. ให้ตรงกัน
- ใช้เว็บไซต์ที่ลงท้ายด้วย .go.th หรือ baac.or.th เท่านั้น
- อย่าให้รหัส OTP รหัสผ่าน หรือโอนค่าดำเนินการให้บุคคลที่อ้างว่าสามารถเร่งเงินได้

คำถามที่พบบ่อย
เงินช่วยเหลือเกษตรกรล่าสุดต้องลงทะเบียนที่ไหน?
ไม่มีจุดลงทะเบียนเดียวสำหรับทุกโครงการ เงินไร่ละ 1,000 บาทใช้ฐานข้อมูลผู้ปลูกข้าวและการโอนผ่าน ธ.ก.ส. ส่วนเยียวยาภัยพิบัติต้องแจ้งสำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่ และสินเชื่อต้องติดต่อ ธ.ก.ส. สาขาที่สังกัด
ขึ้นทะเบียนเกษตรกรแล้วจะได้เงินทุกโครงการหรือไม่?
ไม่ การขึ้นทะเบียนเป็นเพียงข้อมูลพื้นฐาน ผู้ขอรับสิทธิต้องผ่านเงื่อนไขเฉพาะของแต่ละโครงการ เช่น ชนิดพืช ปีเพาะปลูก พื้นที่เสียหาย หรือคุณสมบัติสินเชื่อ
เงินเยียวยาน้ำท่วมกับเงินไร่ละ 1,000 บาทรับพร้อมกันได้หรือไม่?
เป็นคนละมาตรการและคนละหลักเกณฑ์ คู่มือ ธ.ก.ส. ของโครงการไร่ละ 1,000 ระบุว่าผู้มีสิทธิตามโครงการยังรับเงินได้แม้ผลผลิตเสียหายจากน้ำท่วม ขณะที่เงินภัยพิบัติต้องผ่านการสำรวจและรับรองความเสียหายแยกต่างหาก ทั้งนี้ให้ยึดผลตรวจสิทธิรายบุคคลจากหน่วยงานเจ้าของโครงการ
จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นข่าวจริง?
ตรวจวันที่ประกาศ ชื่อปีการผลิต สถานะ “รับสมัคร” หรือ “จ่ายผู้มีสิทธิเดิม” และเปิดอ่านจากรัฐบาลไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมการข้าว หรือ ธ.ก.ส. โดยตรง อย่าตัดสินจากพาดหัวหรือภาพส่งต่อเพียงอย่างเดียว
สรุป
เงินช่วยเหลือเกษตรกรล่าสุด 2569 ที่ยืนยันได้มีทั้งเงินไร่ละ 1,000 บาทสำหรับผู้ปลูกข้าวปี 2568/69 กลุ่มที่มีสิทธิ เงินเยียวยาพื้นที่เกษตรเสียหายจากภัยพิบัติ และสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษจาก ธ.ก.ส. สิ่งสำคัญคือแยกให้ออกว่าอะไรเป็นเงินให้เปล่า อะไรเป็นเงินกู้ และโครงการใดเปิดรับใหม่หรือกำลังจ่ายเฉพาะผู้มีสิทธิเดิม ตรวจข้อมูลของตนจากหน่วยงานทางการทุกครั้งก่อนยื่นเอกสารหรือให้ข้อมูลส่วนบุคคล
แหล่งข้อมูลทางการ
- รัฐบาลไทย: เพิ่มกรอบวงเงินและขยายเวลาเงินไร่ละ 1,000 บาท
- กระทรวงเกษตรและสหกรณ์: สถานการณ์น้ำและอัตราช่วยเหลือเกษตรกร
- กรมส่งเสริมการเกษตร: สำรวจความเสียหายและอัตราช่วยเหลือภัยพิบัติล่าสุด
- รัฐบาลไทย/ธ.ก.ส.: สินเชื่อช่วยผู้ประสบอุทกภัย
- กระทรวงเกษตรและสหกรณ์: สินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง
- กรมส่งเสริมการเกษตร: ขึ้นทะเบียนเกษตรกรปี 2569/70





