หลังน้ำลด สิ่งสำคัญคือ รีบแจ้งความเสียหายและตรวจสอบว่าพื้นที่ของตนอยู่ในประกาศช่วยเหลือหรือไม่ จากนั้นจึงยื่นคำร้องผ่านช่องทางที่รัฐบาลกำหนด ปัจจุบันประชาชนยื่นขอรับเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยได้ 2 ทาง คือ แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” หรือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในพื้นที่ เช่น เทศบาลหรือองค์การบริหารส่วนตำบล
บทความนี้สรุปกระบวนการตั้งแต่เริ่มตรวจสิทธิ์จนถึงรับเงิน ให้ประชาชนทำตามได้ทีละขั้น โดยไม่ต้องเดาว่าควรเริ่มจากที่ใด
ข้อมูลสำคัญ: หลักเกณฑ์ จำนวนเงิน วันเปิดรับ และพื้นที่ที่เข้าร่วมอาจแตกต่างกันในแต่ละเหตุการณ์ กรมพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) ระบุเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ว่า มาตรการสำหรับความเสียหายจากอุทกภัยช่วงวันที่ 26–30 กันยายนมีเงื่อนไขบางส่วนต่างจากมาตรการเดิม ดังนั้นควรตรวจประกาศล่าสุดในแอปทางรัฐ หรือสอบถาม อปท. ก่อนยื่นทุกครั้ง
สรุปสั้น ๆ ต้องทำอะไรบ้าง
- ตรวจว่าบ้านอยู่ในพื้นที่ประกาศช่วยเหลือหรือไม่
- จดวันที่น้ำท่วมและเก็บภาพความเสียหายไว้
- เลือกยื่นผ่านแอปทางรัฐ หรือไปที่ อปท. ในพื้นที่
- ตรวจข้อมูลให้ถูกต้องก่อนส่งคำร้อง และเก็บหลักฐานการยื่น
- รอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลและรับรองสิทธิ์
- ตรวจพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชน และติดตามสถานะ
ใครควรตรวจสิทธิ์ขอเงินเยียวยา
ผู้ที่มีที่อยู่อาศัยประจำหรือทรัพย์สินได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ควรตรวจสอบประกาศของจังหวัด อำเภอ เทศบาล หรือองค์การบริหารส่วนตำบลทันที เพราะการได้รับความช่วยเหลือต้องเป็นไปตาม พื้นที่ เหตุการณ์ และเงื่อนไขของมาตรการที่ประกาศใช้
สำหรับมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยช่วงฤดูฝน ปี 2569 ที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 รัฐบาลกำหนดเงินช่วยเหลือครัวเรือนละ 9,000 บาทในกรณีที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมไม่เกิน 7 วันและทรัพย์สินเสียหาย หรือถูกน้ำท่วมติดต่อกันเกิน 7 วัน โดยที่อยู่อาศัยต้องอยู่ในพื้นที่ประกาศเขตประสบสาธารณภัยหรือเขตให้ความช่วยเหลือ และช่วยเหลือ 1 ครั้งต่อ 1 ครัวเรือน
อย่างไรก็ตาม อย่าใช้เกณฑ์นี้สรุปแทนทุกเหตุการณ์ เพราะมาตรการรอบใหม่อาจกำหนดเงื่อนไขต่างกัน หากต้องการดูรายละเอียดมาตรการ 9,000 บาท สามารถอ่านต่อได้ที่ เยียวยาน้ำท่วม 9,000 บาท ปี 2569
6 ขั้นตอนขอเงินเยียวยาหลังน้ำท่วม
ขั้นตอนที่ 1 ตรวจประกาศพื้นที่และเงื่อนไขล่าสุด
เริ่มจากตรวจข่าวของจังหวัด อำเภอ เทศบาล หรือ อบต. ว่าที่อยู่อาศัยของคุณอยู่ในพื้นที่ประกาศเขตประสบสาธารณภัยหรือเขตให้ความช่วยเหลือหรือไม่ จากนั้นอ่านเงื่อนไขของมาตรการให้ครบ เช่น ประเภทความเสียหาย ช่วงวันที่เกิดเหตุ และกำหนดเวลารับคำร้อง
หากยังไม่พบประกาศหรือไม่แน่ใจ ให้โทรสอบถาม อปท. ที่รับผิดชอบพื้นที่บ้านของคุณโดยตรง อย่ากรอกข้อมูลผ่านลิงก์ที่ส่งต่อกันมาโดยไม่ทราบที่มา
ขั้นตอนที่ 2 บันทึกข้อมูลความเสียหายไว้ก่อนทำความสะอาด
ถ่ายภาพหรือวิดีโอให้เห็นสภาพบ้าน ระดับน้ำ และทรัพย์สินที่เสียหาย พร้อมจดวันที่เริ่มท่วมและวันที่น้ำลด ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ชี้แจงข้อเท็จจริงได้ง่ายขึ้นหากเจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม
ภาพความเสียหายไม่ใช่ข้อกำหนดเดียวกันทุกมาตรการ แต่เป็นหลักฐานที่ควรเก็บไว้จนกว่าการตรวจสอบสิทธิ์จะเสร็จสิ้น
ขั้นตอนที่ 3 เตรียมข้อมูลสำหรับยื่นคำร้อง
ควรเตรียมข้อมูลต่อไปนี้ให้พร้อม
- บัตรประจำตัวประชาชนหรือเลขประจำตัวประชาชน
- ที่อยู่ของบ้านที่ได้รับผลกระทบ
- หมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้
- วันที่เกิดเหตุและรายละเอียดความเสียหาย
- ภาพถ่ายหรือวิดีโอความเสียหาย หากมี
- บัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขประจำตัวประชาชน
รัฐบาลได้กำชับให้หน่วยงานยกเลิกการขอ สำเนา บัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาเอกสารราชการอื่นสำหรับงานบรรเทาสาธารณภัย โดยให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลจากฐานข้อมูลของรัฐ เพื่อลดภาระประชาชน อย่างไรก็ดี หากไปยื่นด้วยตนเอง ควรนำบัตรประชาชนตัวจริงและโทรศัพท์ติดตัวไปเพื่อใช้ยืนยันข้อมูลตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
ขั้นตอนที่ 4 เลือกยื่นผ่าน 1 ใน 2 ช่องทาง
ช่องทางที่ 1: แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ”
- เปิดแอปทางรัฐและเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของตนเอง
- เลือกบริการลงทะเบียนขอรับเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่เปิดสำหรับเหตุการณ์และพื้นที่ของคุณ
- ตรวจข้อมูลทะเบียนราษฎรและข้อมูลที่อยู่อาศัยบนหน้าจอ
- กรอกข้อมูลที่ระบบร้องขอให้ครบ และตรวจทานก่อนยืนยัน
- บันทึกเลขอ้างอิงหรือภาพหน้าจอหลังส่งคำร้อง
- กลับเข้าระบบเพื่อติดตามสถานะเป็นระยะ
ชื่อเมนูและหน้าจออาจเปลี่ยนตามมาตรการ จึงควรใช้เฉพาะแอปทางรัฐจากร้านแอปอย่างเป็นทางการ และอ่านรายละเอียดที่แสดงในระบบก่อนกดยืนยัน
ช่องทางที่ 2: ยื่นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ผู้ที่ไม่มีสมาร์ตโฟน ใช้แอปไม่สะดวก หรือข้อมูลในระบบไม่ตรง สามารถไปยื่นคำร้องที่เทศบาลหรือองค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่จะช่วยตรวจสอบและนำข้อมูลเข้าสู่ระบบ
ก่อนไปควรโทรถามวัน เวลา จุดรับเรื่อง และข้อมูลที่ต้องใช้ เพราะแต่ละพื้นที่อาจจัดจุดบริการหรือช่วงเวลารับคำร้องต่างกัน
ยื่นทางใดทางหนึ่งก็เพียงพอ: ไม่ควรยื่นซ้ำหลายช่องทาง เพราะอาจทำให้ต้องตรวจสอบข้อมูลซ้ำและใช้เวลานานขึ้น
ขั้นตอนที่ 5 รอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและรับรองข้อมูล
หลังยื่นคำร้อง อปท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะตรวจสอบข้อมูลของผู้ประสบภัย สถานที่อยู่อาศัย ความเสียหาย และเงื่อนไขตามมาตรการ ก่อนส่งข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยดำเนินการต่อ
หากเจ้าหน้าที่ติดต่อเพื่อขอข้อมูลเพิ่ม ควรตอบกลับตามช่องทางทางการ และเก็บเลขอ้างอิงหรือชื่อหน่วยงานที่ติดต่อไว้ทุกครั้ง
ขั้นตอนที่ 6 ตรวจพร้อมเพย์และติดตามผล
สำหรับมาตรการช่วยเหลือ 9,000 บาท ปี 2569 รัฐบาลระบุว่าธนาคารออมสินจะโอนเงินเข้าบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับ เลขประจำตัวประชาชน ของผู้มีสิทธิ์ จึงควรตรวจให้แน่ใจว่าบัญชียังใช้งานได้และผูกกับเลขบัตรประชาชนถูกต้อง ไม่ใช่ผูกเฉพาะหมายเลขโทรศัพท์
ผู้ที่ลงทะเบียนผ่านแอปทางรัฐสามารถติดตามสถานะในแอปได้ ส่วนผู้ที่ยื่นกับ อปท. ให้สอบถามหน่วยงานที่รับคำร้อง ไม่มีระยะเวลารับเงินตายตัวสำหรับทุกกรณี เพราะต้องผ่านการสำรวจ รับรอง และจัดส่งข้อมูลเป็นรอบ
ช่องทางขอรับความช่วยเหลือและสอบถาม
- ยื่นขอเงินเยียวยาออนไลน์: แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เมื่อมีบริการของเหตุการณ์และพื้นที่เปิดให้ลงทะเบียน
- ยื่นด้วยตนเอง: เทศบาลหรือองค์การบริหารส่วนตำบลที่ดูแลพื้นที่บ้านที่ได้รับผลกระทบ
- แจ้งเหตุหรือขอความช่วยเหลือเร่งด่วน: สายด่วนนิรภัย ปภ. 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ LINE “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” ที่
@1784DDPM - ปัญหาการใช้งานแอปทางรัฐ: DGA Contact Center โทร. 02-612-6060
สายด่วน 1784 เป็นช่องทางแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือด้านภัยพิบัติ ไม่ใช่ช่องทางอนุมัติสิทธิ์เงินเยียวยา หากต้องการสอบถามสิทธิ์ของบ้านตนเอง ควรติดต่อ อปท. ผู้รับคำร้องโดยตรง
หากยื่นแล้วแต่สถานะไม่ขยับ ควรทำอย่างไร
- ตรวจเลขประจำตัวประชาชน ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ในคำร้อง
- ตรวจว่าคำร้องถูกส่งสำเร็จและมีเลขอ้างอิงหรือไม่
- ติดต่อ อปท. เพื่อถามว่าข้อมูลผ่านการสำรวจและรับรองแล้วหรือยัง
- ตรวจพร้อมเพย์ว่าผูกกับเลขบัตรประชาชนและบัญชียังใช้งานได้
- ติดตามเฉพาะประกาศจากจังหวัด ปภ. DGA หรือรัฐบาลไทย
ไม่ควรส่งรหัส OTP รหัสผ่าน หรือข้อมูลบัญชีให้บุคคลที่ติดต่อมาทางแชต และไม่ต้องจ่ายค่าดำเนินการให้ผู้รับลงทะเบียนแทน
คำถามที่พบบ่อย
ไม่มีแอปทางรัฐ ขอเงินเยียวยาได้หรือไม่?
ได้ สามารถยื่นคำร้องด้วยตนเองที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่จะอำนวยความสะดวกนำข้อมูลเข้าสู่ระบบ
ต้องถ่ายสำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านหรือไม่?
รัฐบาลมีแนวทางให้หน่วยงานยกเลิกการขอสำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาเอกสารราชการสำหรับงานบรรเทาสาธารณภัย โดยให้ตรวจสอบข้อมูลจากฐานข้อมูลของรัฐ หากไปยื่นด้วยตนเองควรพกบัตรประชาชนตัวจริงเพื่อยืนยันข้อมูล
ทุกบ้านที่น้ำท่วมจะได้เงินเท่ากันหรือไม่?
ไม่ควรสรุปเช่นนั้น จำนวนเงินและคุณสมบัติขึ้นอยู่กับมาตรการ พื้นที่ประกาศ และการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ เกณฑ์ของเหตุการณ์รอบใหม่อาจต่างจากมาตรการก่อนหน้า
เงินเยียวยาเข้าบัญชีไหน?
สำหรับมาตรการ 9,000 บาท ปี 2569 เงินโอนผ่านธนาคารออมสินไปยังพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขประจำตัวประชาชนของผู้มีสิทธิ์ มาตรการอื่นควรตรวจประกาศของหน่วยงานอีกครั้ง
ถ่ายรูปความเสียหายไว้จำเป็นหรือไม่?
หลักฐานที่ต้องใช้แตกต่างกันตามมาตรการ แต่ควรถ่ายภาพหรือวิดีโอไว้ก่อนทำความสะอาด เพราะอาจช่วยประกอบการสำรวจหรือชี้แจงข้อมูลภายหลัง
ยื่นแล้วได้เงินเมื่อไร?
ไม่มีกรอบเวลาเดียวที่ใช้กับทุกพื้นที่ หลังยื่นต้องผ่านการสำรวจ ตรวจสอบ รับรอง และส่งข้อมูลเพื่อโอนเงิน ควรติดตามสถานะในแอปทางรัฐหรือสอบถาม อปท. ที่รับคำร้อง
สรุป
กระบวนการขอเงินเยียวยาหลังน้ำท่วมเริ่มจาก ตรวจประกาศพื้นที่ เก็บข้อมูลความเสียหาย ยื่นผ่านแอปทางรัฐหรือ อปท. รอการตรวจสอบ และเตรียมพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชน สิ่งสำคัญที่สุดคือใช้ข้อมูลจากหน่วยงานทางการ เพราะหลักเกณฑ์อาจเปลี่ยนตามเหตุการณ์และพื้นที่
หากยังไม่มีมาตรการเยียวยาครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟู สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ สินเชื่อฉุกเฉิน ธ.ก.ส. สำหรับผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยควรพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้และตรวจเงื่อนไขล่าสุดกับธนาคารก่อนสมัคร
แหล่งข้อมูลทางการ
- รัฐบาลไทย: ลงทะเบียนเยียวยาน้ำท่วมผ่านแอปทางรัฐและ อปท. — 2 กันยายน 2569
- รัฐบาลไทย: แนวทางไม่เรียกสำเนาเอกสารราชการจากผู้ประสบภัย — 26 สิงหาคม 2569
- รัฐบาลไทย: การโอนเงิน 9,000 บาทและการผูกพร้อมเพย์กับเลขบัตรประชาชน — 7 กันยายน 2569
- DGA: ระบบลงทะเบียนเยียวยาน้ำท่วมบนแอปทางรัฐ — 2 ตุลาคม 2569
- รัฐบาลไทย: สายด่วนนิรภัย 1784 และ LINE @1784DDPM — 27 กันยายน 2569
