ปุ๋ยสูตร 25-7-7 เป็นปุ๋ย NPK ที่มีไนโตรเจนเด่น รับรอง N 25%, P₂O₅ 7% และ K₂O 7% โดยน้ำหนัก จึงอาจเหมาะเมื่อผลวิเคราะห์ดินและระยะของพืชชี้ว่าต้องเติมไนโตรเจนมากกว่าฟอสฟอรัสและโพแทสเซียม แต่ไม่ใช่ “สูตรเร่งใบสำหรับทุกพืช” การตอบสนองขึ้นกับชนิดพืช อายุ ดิน น้ำ อากาศ และธาตุจากแหล่งอื่น การใช้โดยไม่คำนวณอาจทำให้ N เกิน หรือใส่ P และ K ไม่ตรงความต้องการ
ปุ๋ย 25-7-7 คืออะไร
ตัวเลขสามชุดเรียงตาม ไนโตรเจน (N) – ฟอสเฟต (P₂O₅) – โพแทช (K₂O) และเป็นร้อยละโดยน้ำหนัก กฎหมายปุ๋ยไทยกำหนดให้ปริมาณธาตุอาหารรับรองเป็นปริมาณขั้นต่ำของธาตุหลักที่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้ารับรองบนฉลาก ไม่ใช่อัตราใช้ต่อไร่และไม่ใช่สัดส่วนวัตถุดิบที่นำมาผสม
| ตัวเลข | ความหมาย | ในปุ๋ย 10 กก. | ในปุ๋ย 50 กก. |
|---|---|---|---|
| 25 | ไนโตรเจนทั้งหมด (N) | 2.5 กก. | 12.5 กก. |
| 7 ตัวกลาง | ฟอสเฟตในรูป P₂O₅ | 0.7 กก. | 3.5 กก. |
| 7 ตัวท้าย | โพแทชในรูป K₂O | 0.7 กก. | 3.5 กก. |
ผลิตภัณฑ์ต่างยี่ห้ออาจใช้วัตถุดิบ รูปไนโตรเจน และธาตุรองต่างกัน หน้านี้อธิบาย สูตรทั่วไป ไม่ใช่บทวิจารณ์ตรากระต่ายหรือยี่ห้อใด จึงต้องตรวจทะเบียนและฉลากถุงจริง
ทำไมจึงเรียกว่าสูตรไนโตรเจนเด่น
ไนโตรเจนเป็นส่วนสำคัญของกรดอะมิโน โปรตีน และคลอโรฟิลล์ จึงสัมพันธ์กับการสร้างใบและเนื้อเยื่อใหม่ เมื่อขาด N พืชมักโตช้าและใบแก่ซีดเหลือง แต่สีใบไม่ใช่หลักฐานเพียงพอ เพราะน้ำขัง รากเสีย pH ไม่เหมาะ โรค การขาดกำมะถัน หรือความเค็มก็ทำให้ใบเหลืองได้
ฟอสฟอรัสเกี่ยวข้องกับการถ่ายโอนพลังงานและการพัฒนาราก ส่วนโพแทสเซียมเกี่ยวข้องกับการควบคุมน้ำ เอนไซม์ และการเคลื่อนย้ายคาร์โบไฮเดรต 25-7-7 จึงไม่ได้ให้เฉพาะ N แต่พา P₂O₅ และ K₂O เข้าสู่แปลงด้วย หากดินมี P สูงอยู่แล้ว การใช้ต่อเนื่องเพื่อเอา N อาจเติม P เกินความจำเป็น
ปุ๋ย 25-7-7 เหมาะใช้เมื่อใด
เหมาะพิจารณาเมื่อคำแนะนำธาตุอาหารต้องการ N สูงกว่า P₂O₅ และ K₂O ในสัดส่วนใกล้ 25:7:7 เช่น บางช่วงที่พืชกำลังสร้างใบและลำต้นในแปลงที่ผลดินยืนยันว่า P และ K ไม่ได้ขาดมาก แต่ชื่อพืชอย่างเดียวไม่พอ พืชให้ผลผลิต พืชตระกูลถั่ว ไม้ผล และพืชในภาชนะมีความต้องการและความไวต่อเกลือต่างกัน
สูตรนี้อาจไม่เหมาะเมื่อพืชเข้าสู่ระยะที่ต้องจำกัด N เมื่อดินมี N สูงจากอินทรียวัตถุหรือปุ๋ยคอก เมื่อ P หรือ K ขาดมากกว่าสัดส่วนในสูตร หรือเมื่อพืชกำลังเครียดจากน้ำขัง รากเน่า แล้งจัด หรือโรค ปุ๋ยไม่สามารถทดแทนการแก้สภาพรากและน้ำได้
วิธีคำนวณปุ๋ย 25-7-7
หากคำแนะนำระบุเป็นกิโลกรัม N ให้ใช้สูตร น้ำหนักปุ๋ย 25-7-7 = ปริมาณ N ที่ต้องการ ÷ 0.25 ตัวอย่างเพื่อสอนวิธีคิด: ปุ๋ย 4 กิโลกรัมให้ N 1 กิโลกรัม พร้อม P₂O₅ และ K₂O อย่างละ 0.28 กิโลกรัม ส่วนปุ๋ย 10 กิโลกรัมให้ N 2.5 กิโลกรัม พร้อม P₂O₅ และ K₂O อย่างละ 0.7 กิโลกรัม
ตัวเลขนี้ ไม่ใช่อัตราต่อไร่ หลังคำนวณ N ต้องตรวจว่า P₂O₅ และ K₂O ที่ติดมาด้วยตรงกับคำแนะนำหรือไม่ และหัก N จากปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก น้ำ พืชตระกูลถั่ว หรือปุ๋ยครั้งก่อนตามข้อมูลที่มี หากต้องการ N มากแต่ไม่ต้องการ P เพิ่ม สูตรเดี่ยวไนโตรเจนหรือสูตรอื่นอาจเหมาะกว่า แต่ต้องพิจารณารูป N ความเป็นกรด ความเค็ม และวิธีใช้ด้วย
เปรียบเทียบ 25-7-7 กับสูตรใกล้เคียง
| สูตร | ลักษณะสัดส่วน | ข้อสังเกต |
|---|---|---|
| 25-7-7 | N เด่น; P₂O₅ และ K₂O เท่ากัน | ใช้เมื่อคำแนะนำต้องการสัดส่วนใกล้สูตรนี้ |
| 25-9-9 | N เด่น แต่ P₂O₅ และ K₂O สูงขึ้น | น้ำหนักเท่ากันให้ P และ K มากกว่า 25-7-7 |
| 30-10-10 | N เด่นและเข้มข้นกว่า | ห้ามแทนกันแบบกิโลกรัมต่อกิโลกรัม |
| 15-15-15 | NPK เท่ากัน | เหมาะกับคำแนะนำที่ต้องการทั้งสามธาตุใกล้กัน |
ใช้ตามหลัก 4R
- ถูกแหล่ง: ตรวจสูตร รูปธาตุ ธาตุรอง เลขทะเบียน และคำเตือน อย่าเลือกจากสีเม็ดหรือโฆษณาเพียงอย่างเดียว
- ถูกอัตรา: ใช้ผลดิน คำแนะนำเฉพาะพืช และผลผลิตเป้าหมาย กรมพัฒนาที่ดินมีบริการตรวจดินและคำแนะนำตามค่าวิเคราะห์
- ถูกเวลา: ให้ใกล้ช่วงที่พืชดูดใช้ การแบ่งใส่อาจลดการสูญเสีย แต่จำนวนครั้งขึ้นกับดิน ฝน ระบบน้ำ และรูป N
- ถูกตำแหน่ง: กระจายหรือวางตามคู่มือเฉพาะพืช ไม่เทกองและไม่ให้เม็ดสัมผัสเมล็ดหรือต้นอ่อนโดยตรง
ข้อควรระวัง
- N เกิน: อาจทำให้ใบมาก ลำต้นอ่อน คุณภาพหรือจังหวะออกดอกเปลี่ยน และเพิ่มการสูญเสียธาตุ
- ความเค็ม: ปุ๋ยเข้มข้นใกล้เมล็ดหรือรากอ่อนทำให้พืชเสียหายได้ โดยเฉพาะเมื่อดินแห้ง
- ก่อนฝนหนัก: เพิ่มความเสี่ยงการไหลบ่าหรือสูญเสีย โดยเฉพาะพื้นที่ลาดชันและดินอิ่มน้ำ
- การผสม: อย่าผสมกับปูน วัสดุด่าง ปุ๋ยอื่น หรือสารกำจัดศัตรูพืชโดยไม่มีข้อมูลความเข้ากันได้
- ความปลอดภัย: สวมถุงมือและหน้ากาก เก็บในที่แห้ง แยกจากอาหาร เด็ก สัตว์ และแหล่งน้ำ
คำถามที่พบบ่อย
25-7-7 ใช้เร่งใบได้จริงไหม
N เกี่ยวข้องกับการสร้างใบ แต่จะช่วยเมื่อพืชต้องการ N และรากทำงานได้ การใส่ในแปลงที่ N เพียงพอหรือพืชเครียดจากน้ำและโรคอาจไม่ช่วยและเพิ่มความเสี่ยง
ใช้กับไม้ผลได้หรือไม่
อาจใช้ได้บางระยะเมื่อโปรแกรมเฉพาะชนิดและผลดินรองรับ แต่ไม่ควรใช้ตลอดปี เพราะระยะสร้างใบ ออกดอก ติดผล และหลังเก็บเกี่ยวมีเป้าหมายต่างกัน
ต่างจากยูเรีย 46-0-0 อย่างไร
25-7-7 ให้ N พร้อม P₂O₅ และ K₂O ส่วนยูเรียให้ N อย่างเดียว 46% การเลือกต้องอิงคำแนะนำทั้งสามธาตุ รูป N และวิธีใช้ ไม่ควรแทนกันแบบน้ำหนักเท่ากัน
สูตรของแต่ละยี่ห้อเหมือนกันไหม
ปริมาณธาตุหลักรับรองตรงสูตรเหมือนกัน แต่รูป N วัตถุดิบ ธาตุรอง คุณภาพเม็ด และคำแนะนำอาจต่างกัน หน้านี้เป็นคู่มือสูตรทั่วไป ไม่ใช่บทความยี่ห้อ
ควรใส่กี่กิโลกรัมต่อไร่
ไม่มีอัตราเดียวสำหรับทุกพืชและดิน ต้องคำนวณจากผลดิน ความต้องการพืช ผลผลิตเป้าหมาย ระบบน้ำ และธาตุจากแหล่งอื่น หากไม่มีข้อมูลควรส่งดินตรวจหรือปรึกษาเจ้าหน้าที่ในพื้นที่
สรุป
25-7-7 ให้ N 25%, P₂O₅ 7% และ K₂O 7% เหมาะเมื่อแปลงต้องการ N มากกว่าสองธาตุหลังในสัดส่วนใกล้สูตรนี้ ไม่ใช่สูตรเร่งใบอัตโนมัติ การใช้ที่แม่นยำเริ่มจากตรวจดิน อ่านฉลาก คำนวณ N-P₂O₅-K₂O รวม เลือกเวลาและตำแหน่งตามหลัก 4R และติดตามผล หากสัดส่วนไม่ตรงกับคำแนะนำควรเลือกสูตรอื่นแทนการปรับน้ำหนักแบบเดา

