เกษตรไร่นา

ปุ๋ย 13-13-21 คืออะไร ใช้บำรุงผลอย่างไรโดยไม่เร่งเกินความจำเป็น

เกษตรกรกำลังใส่ปุ๋ยในแปลงพืช ใช้ประกอบบทความปุ๋ยสูตร 13-13-21

ภาพถ่ายจริงเกษตรกรกำลังใส่ปุ๋ย โดย Kiran Kumar / Wikimedia Commons, CC BY-SA 2.0 (ภาพประกอบการใส่ปุ๋ย ไม่ใช่การยืนยันสูตรจากภาพ)

ปุ๋ย 13-13-21 เป็นปุ๋ยเคมีผสมที่มีโพแทสเซียมสูงกว่าไนโตรเจนและฟอสฟอรัส จึงมักถูกเลือกในแผนบำรุงพืชให้ผลหรือไม้ผลบางระยะ แต่ไม่ใช่ “สูตรเพิ่มความหวาน” ที่ใช้ได้กับทุกพืชโดยอัตโนมัติ ผลผลิตและคุณภาพผลขึ้นกับพันธุ์ แสง น้ำ ใบสมบูรณ์ ภาระผล ดิน และธาตุอาหารอื่นร่วมกัน การใช้สูตรนี้ควรอิงคำแนะนำเฉพาะพืชและผลวิเคราะห์ดินหรือใบ

ตัวเลข 13-13-21 หมายถึงอะไร?

ตัวเลขเรียงตาม N–P₂O₅–K₂O หมายถึงปุ๋ย 100 กิโลกรัมมีไนโตรเจน 13 กิโลกรัม ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ 13 กิโลกรัม และโพแทชที่ละลายน้ำได้ 21 กิโลกรัมตามค่ารับประกันบนฉลาก

น้ำหนักปุ๋ย N P₂O₅ K₂O
1 กก. 0.13 กก. 0.13 กก. 0.21 กก.
25 กก. 3.25 กก. 3.25 กก. 5.25 กก.
50 กก. 6.5 กก. 6.5 กก. 10.5 กก.

โพแทสเซียมมีบทบาทอย่างไร?

โพแทสเซียมเกี่ยวข้องกับการควบคุมการเปิดปิดปากใบ สมดุลน้ำ การทำงานของเอนไซม์ และการเคลื่อนย้ายสารอาหารภายในต้น พืชที่ให้ผลผลิตสูงอาจดึงโพแทสเซียมออกจากแปลงมาก แต่การเติมเกินความต้องการไม่ทำให้คุณภาพดีขึ้นเสมอ และอาจรบกวนสมดุลของแมกนีเซียมหรือแคลเซียมในบางสภาพดิน

เหมาะกับพืชและระยะใด?

กรมพัฒนาที่ดินมีตัวอย่างคำแนะนำใช้ 13-13-21 ในระยะปรับปรุงคุณภาพผลของมะม่วงในระบบจัดการเฉพาะ และงานวิจัยกรมวิชาการเกษตรมีตัวอย่างใช้สูตรนี้กับพริกหลังเริ่มเก็บเกี่ยวในชุดการทดลองที่กำหนด อย่างไรก็ตาม อัตราและจังหวะดังกล่าวเป็นคำแนะนำเฉพาะพืชและการทดลอง ไม่ควรคัดลอกไปใช้กับทุเรียน มะนาว แตง หรือพืชอื่นโดยไม่คำนวณใหม่

สูตรนี้ไม่ใช่ปุ๋ยเร่งหวานแบบสำเร็จรูป

ความหวานวัดจากของแข็งที่ละลายน้ำได้และได้รับอิทธิพลจากพันธุ์ ความสุก แสง อุณหภูมิ น้ำ จำนวนใบต่อผล และการจัดการหลังเก็บเกี่ยว โพแทสเซียมเพียงพอมีความสำคัญ แต่การเพิ่ม 13-13-21 โดยไม่รู้สถานะดินอาจไม่เพิ่มความหวาน และอาจเพิ่มต้นทุนหรือความเค็มบริเวณราก

วิธีตัดสินใจก่อนใช้

  1. ระบุเป้าหมาย: บำรุงต้นหลังเก็บเกี่ยว สร้างดอก เลี้ยงผล หรือแก้ความขาดธาตุเป็นคนละเป้าหมาย
  2. ตรวจดินและใบ: ไม้ผลควรใช้ทั้งผลดินและใบเมื่อมีมาตรฐานการเก็บตัวอย่างของพืชนั้น
  3. นับปุ๋ยทุกแหล่ง: รวมปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยทางใบ และน้ำชลประทานที่มีธาตุอาหาร
  4. เทียบคำแนะนำเฉพาะพืช: พิจารณาอายุ ขนาดทรงพุ่ม ผลผลิตคาดหวัง และจำนวนผลที่ไว้
  5. แบ่งใส่: ลดการสูญเสียและหลีกเลี่ยงความเข้มข้นสูงครั้งเดียว โดยเฉพาะดินทรายหรือระบบน้ำจำกัด

วิธีใส่ไม้ผลให้ถูกตำแหน่ง

ตัวอย่างคำนวณธาตุอาหาร

ปุ๋ย 13-13-21 จำนวน 20 กิโลกรัม ให้ N 2.6 กิโลกรัม, P₂O₅ 2.6 กิโลกรัม และ K₂O 4.2 กิโลกรัม หากคำแนะนำต้องการ K₂O มากแต่ไม่ต้องการ N หรือ P เพิ่ม การใช้สูตร 13-13-21 อาจทำให้สองธาตุแรกเกินเป้าหมาย จึงควรพิจารณาแหล่งโพแทสเซียมเดี่ยวหรือสูตรอื่นโดยให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยคำนวณ

ข้อควรระวังสำคัญ

ความปลอดภัยและการเก็บ

สวมถุงมือ รองเท้าหุ้มส้น และหน้ากากเมื่อเกิดฝุ่น หลีกเลี่ยงการสัมผัสดวงตา ล้างมือหลังใช้ และไม่ใช้ภาชนะอาหารมาตวง เก็บกระสอบปิดสนิทในที่แห้ง บนพาเลต แยกจากอาหาร อาหารสัตว์ เมล็ดพันธุ์ และแหล่งน้ำ

คำถามที่พบบ่อย

13-13-21 เหมาะกับทุเรียนหรือไม่?

สูตรปุ๋ยสำหรับทุเรียนเปลี่ยนตามอายุ ระยะต้น และผลวิเคราะห์ดินหรือใบ ไม่ควรใช้สูตรเดียวตลอดปี ให้ยึดคำแนะนำกรมวิชาการเกษตรสำหรับพันธุ์และระยะจริง

ใช้กับพริกได้ไหม?

มีงานวิจัยที่ใช้ 13-13-21 หลังเริ่มเก็บเกี่ยวในระบบทดลองพริกบางสายพันธุ์ แต่ไม่ใช่อัตรากลางสำหรับพริกทุกแปลง ควรปรับตามดิน พันธุ์ และระบบปลูก

13-13-21 ต่างจาก 15-15-15 อย่างไร?

13-13-21 ให้โพแทสเซียมในสัดส่วนสูงกว่า ส่วน 15-15-15 ให้สามธาตุเท่ากัน การเลือกต้องดูว่าพืชและดินขาดธาตุใด ไม่ใช่เลือกจากตัวเลขรวมที่มากกว่า

อ่านต่อ: ปุ๋ย 15-15-15, ปุ๋ย 16-20-0 และ ปุ๋ยยูเรีย 46-0-0

แหล่งข้อมูลและเครดิตภาพ

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำอัตราปุ๋ยรายแปลง ควรใช้ผลวิเคราะห์ดินหรือใบและคำแนะนำเจ้าหน้าที่เกษตรในพื้นที่

Exit mobile version