ปุ๋ยสูตร 13-0-46 แสดงค่ารับรองไนโตรเจนทั้งหมด (N) 13% ไม่มีฟอสเฟตที่รับรองในช่อง P₂O₅ และมีโพแทชในรูป K₂O 46% โดยน้ำหนัก จึงเป็นสูตรที่ส่งมอบ N และ K₂O โดยไม่เติม P₂O₅ ตามค่ารับรอง สูตรนี้มักถูกเชื่อมโยงกับโพแทสเซียมไนเตรต แต่เลข 13-0-46 เพียงอย่างเดียว ไม่ยืนยันชนิดสาร วัตถุดิบ ความบริสุทธิ์ หรือความเหมาะสมกับระบบน้ำ ผู้ใช้ต้องตรวจชื่อประเภทปุ๋ย แหล่งไนโตรเจน การละลาย และวิธีใช้บนฉลากผลิตภัณฑ์จริงทุกครั้ง
ตัวเลข 13-0-46 หมายถึงอะไร
เลขปุ๋ยเรียงตาม N–P₂O₅–K₂O และเป็นเปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก ตัวเลขศูนย์ตรงกลางหมายถึงไม่มีการรับรอง P₂O₅ ในสูตร ไม่ได้แปลว่าผลิตภัณฑ์ปลอดฟอสฟอรัสทุกระดับหรือไม่มีสารอื่นทั้งหมด ส่วน 46 ในตำแหน่งท้ายคือ K₂O ไม่ใช่เปอร์เซ็นต์ธาตุโพแทสเซียม K ตรง ๆ Penn State Extension อธิบายว่าการแสดง P₂O₅ และ K₂O เป็นแบบแผนของฉลาก และหากต้องแปลงโดยประมาณ K₂O เป็น K ใช้ตัวคูณ 0.83
| ค่ารับรอง | ความหมาย | ในปุ๋ย 100 กก. |
|---|---|---|
| 13 | ไนโตรเจนทั้งหมด (N) | 13 กก. N |
| 0 | ฟอสเฟตที่รับรอง (P₂O₅) | 0 กก. P₂O₅ |
| 46 | โพแทชที่รับรอง (K₂O) | 46 กก. K₂O |
ปุ๋ย 10 กิโลกรัมจึงให้ N 1.3 กิโลกรัม และ K₂O 4.6 กิโลกรัม หากต้องการเทียบเป็นธาตุ K เชิงเคมี 4.6 × 0.83 ได้ประมาณ 3.82 กิโลกรัม K แต่ในการทำตามคำแนะนำปุ๋ยที่ระบุเป็น K₂O ควรคำนวณในหน่วย K₂O ให้ตรงกัน ไม่สลับหน่วยกลางทาง ตัวอย่างนี้อธิบายฉลาก ไม่ใช่อัตราใส่จริง
13-0-46 เท่ากับโพแทสเซียมไนเตรตเสมอหรือไม่
ไม่ควรสรุปจากเลขสูตรอย่างเดียว แม้ผลิตภัณฑ์โพแทสเซียมไนเตรตหลายรายการมีเกรดใกล้ 13-0-46 แต่การยืนยันต้องดูชื่อสามัญหรือชื่อประเภทปุ๋ย แหล่งของไนโตรเจน เอกสารกำกับสินค้า เลขทะเบียน และค่ารับรองทั้งหมด ผลิตภัณฑ์เลขเดียวกันอาจต่างกันด้านขนาดเม็ด ความชื้น สารเคลือบ สิ่งเจือปน การละลาย หรือข้อกำหนดการใช้
สำหรับระบบน้ำและการพ่นทางใบ คำว่า “ละลายน้ำ” บนคำโฆษณายังไม่เพียงพอ ต้องตรวจว่าฉลากอนุญาตวิธีนั้นหรือไม่ ตรวจความบริสุทธิ์ สารไม่ละลาย ค่า pH และความเข้ากันได้กับน้ำและปุ๋ยอื่น การใช้เกรดเม็ดทั่วไปในหัวจ่ายอาจทำให้เกิดตะกอนหรืออุดตันได้

เมื่อใดสูตรที่ไม่มี P₂O₅ อาจเป็นตัวเลือก
สูตรนี้อาจนำมาพิจารณาเมื่อผลวิเคราะห์ดินและคำแนะนำเฉพาะพืชระบุว่าต้องเติม N กับ K₂O แต่ไม่จำเป็นต้องเติม P₂O₅ ในรอบนั้น เช่น ดินมี P ที่เป็นประโยชน์เพียงพอ หรือได้รับ P จากปุ๋ยรองพื้นแล้ว ข้อดีเชิงการจัดสูตรคือไม่พาฟอสเฟตเพิ่ม แต่ยังต้องตรวจว่าสัดส่วน N ต่อ K₂O 13:46 หรือประมาณ 1:3.54 ตรงกับส่วนขาดจริงหรือไม่
หากต้องการ N มากกว่า K₂O สูตรนี้อาจให้ K เกินก่อน N ถึงเป้าหมาย ในทางกลับกัน หากต้องการ K₂O มากแต่จำกัด N สูตรนี้ก็ยังพา N เข้ามาทุกกิโลกรัม จึงอาจต้องใช้ร่วมกับหรือเปลี่ยนเป็นแหล่งธาตุเดี่ยวที่เหมาะกว่า การตัดสินใจควรมองแผนทั้งฤดู ไม่ใช่การใส่ครั้งเดียว
ขั้นตอนก่อนเลือกใช้
- ตรวจดินและประวัติแปลง เก็บตัวอย่างจากพื้นที่สม่ำเสมอ แยกจุดผิดปกติ และบันทึกปุ๋ย ปูน ปุ๋ยอินทรีย์กับผลผลิตที่ผ่านมา
- รับคำแนะนำเฉพาะพืช ระบุชนิด พันธุ์ อายุ ระยะปลูก ผลผลิตเป้าหมาย ระบบให้น้ำ และสภาพรากให้ผู้แปลผลทราบ
- หักเครดิตธาตุอาหาร รวม N และ K₂O จากปุ๋ยชนิดอื่น ปุ๋ยคอก เศษพืช น้ำชลประทาน หรือการใส่ก่อนหน้า
- คำนวณจากธาตุที่เป็นตัวจำกัด เลือกปริมาณที่ไม่ทำให้ N หรือ K₂O เกินเป้าหมาย แล้วเติมส่วนขาดด้วยแหล่งที่เหมาะสมหากจำเป็น
- อ่านฉลากและสอบเทียบอุปกรณ์ ยึดวิธีใช้ของผลิตภัณฑ์ ชั่งจริง และตรวจการกระจายแทนการกะด้วยภาชนะที่ไม่ทราบปริมาตร
ตัวอย่างคำนวณ 13-0-46 จากเป้าหมาย K₂O
สมมติคำแนะนำจากผลดินกำหนดให้เติม K₂O 9.2 กิโลกรัม ปริมาณ 13-0-46 ที่คำนวณได้คือ 9.2 ÷ 0.46 = 20 กิโลกรัม ปริมาณนี้ให้ N 20 × 0.13 = 2.6 กิโลกรัม และไม่มี P₂O₅ ตามค่ารับรอง
ถ้าแผนต้องการ N เพียง 1.5 กิโลกรัม สูตรนี้จะให้ N เกินเป้าหมาย 1.1 กิโลกรัม แม้ K₂O พอดี ผู้ใช้ต้องปรับผลิตภัณฑ์หรือคำนวณส่วนผสมใหม่ ตัวเลขนี้เป็นโจทย์สาธิตเพื่อให้เห็นธาตุที่ติดมาด้วย ไม่ใช่คำแนะนำต่อไร่ ต่อต้น หรือถังน้ำ
13-0-46 ต่างจากสูตร K สูงอื่นอย่างไร
| สูตร ปริมาณ 20 กก. | N | P₂O₅ | K₂O |
|---|---|---|---|
| 13-0-46 | 2.6 กก. | 0 กก. | 9.2 กก. |
| 14-7-35 | 2.8 กก. | 1.4 กก. | 7.0 กก. |
| 0-0-50 | 0 กก. | 0 กก. | 10.0 กก. |
ตารางแสดงว่า 13-0-46 ไม่ใช่ตัวแทนของ 0-0-50 เพราะพา N เข้ามา และไม่ได้แทน 14-7-35 แบบกระสอบต่อกระสอบเพราะไม่มี P₂O₅ และ K₂O สูงกว่า การเปรียบเทียบต้องเริ่มจากกิโลกรัมธาตุที่แปลงต้องการ จากนั้นจึงพิจารณาราคา รูปแบบ ความพร้อมใช้ ความเค็ม และวิธีใช้บนฉลาก
ความเสี่ยงจากความเข้มข้นและการจัดการไม่เหมาะสม
ปุ๋ยที่ละลายได้เข้มข้นอาจเพิ่มความเข้มข้นของเกลือรอบราก หากกองชิดเมล็ด รากอ่อน หรือโคน อาจทำให้พืชเสียหาย โดยเฉพาะเมื่อดินแห้ง การระบายน้ำไม่ดี หรือรากอ่อนแอ ควรกระจายตามตำแหน่งที่ฉลากแนะนำ หลีกเลี่ยงก่อนฝนหนัก และไม่ปล่อยสารละลายเข้มข้นค้างในระบบ
การผสมปุ๋ยในถังต้องพิจารณาคุณภาพน้ำและคู่ผสม ผลิตภัณฑ์ที่เข้ากันไม่ได้อาจตกตะกอน การทดลองผสมปริมาณน้อยช่วยสังเกตตะกอน ความร้อน หรือการแยกชั้น แต่ไม่แทนคำแนะนำผู้ผลิตและผู้เชี่ยวชาญ ระบบพ่นใบยิ่งต้องยึดความเข้มข้นที่ฉลากรองรับ เพราะใบต่างชนิดและสภาพอากาศตอบสนองไม่เท่ากัน
การซื้อ ใช้ และเก็บอย่างปลอดภัย
- ตรวจฉลากภาษาไทย สูตรรับรอง เลขทะเบียน ผู้ผลิต แหล่งธาตุ วิธีใช้และคำเตือน ไม่ซื้อจากชื่อสูตรหรือภาพโฆษณาเพียงอย่างเดียว
- สวมถุงมือ รองเท้า แว่นหรือหน้ากากกันฝุ่นตามความเสี่ยง หลีกเลี่ยงการกิน ดื่ม หรือสูบบุหรี่ระหว่างทำงาน
- ปิดถุงทันที เก็บในที่แห้ง เย็น มีหลังคา ยกพ้นพื้น และแยกจากเด็ก สัตว์ อาหาร อาหารสัตว์และเชื้อเพลิง
- ไม่เทปุ๋ยหรือสารละลายเหลือลงคลอง บ่อ หรือท่อระบายน้ำ เก็บปุ๋ยหกและจัดการถุงตามคำแนะนำท้องถิ่น
คำถามที่พบบ่อย
13-0-46 คือโพแทสเซียมไนเตรตหรือไม่
เลขสูตรเพียงอย่างเดียวยืนยันไม่ได้ ต้องดูชื่อประเภทปุ๋ย แหล่งไนโตรเจน เอกสารกำกับ เลขทะเบียนและฉลากจริง ผลิตภัณฑ์โพแทสเซียมไนเตรตจำนวนหนึ่งมีเกรดใกล้เคียงนี้ แต่ไม่ควรเหมารวมสินค้าทุกถุง
ไม่มี P₂O₅ แล้วใช้ได้โดยไม่ตรวจดินไหม
ไม่ได้ ศูนย์กลางสูตรเพียงบอกว่าไม่มี P₂O₅ รับรองในผลิตภัณฑ์ ยังต้องทราบว่าดินและพืชต้องการ N กับ K เท่าไร รวมทั้ง pH ความเค็ม น้ำ และธาตุจากแหล่งเดิม
13-0-46 ใช้พ่นใบหรือเข้าระบบน้ำได้ไหม
ใช้ได้เฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ฉลากระบุวิธีนั้นและมีคุณสมบัติเหมาะสม ต้องตรวจการละลาย ความเข้ากันได้ คุณภาพน้ำ และความเข้มข้น ห้ามนำอัตราใส่ดินไปใช้เป็นอัตราพ่นใบหรือถังปุ๋ยโดยตรง
สรุป
สูตร 13-0-46 ให้ N 13% ไม่มี P₂O₅ รับรอง และให้ K₂O 46% จึงช่วยจัดแผนที่ต้องการ N กับ K โดยไม่เติมฟอสเฟตได้ แต่ไม่ควรสรุปว่าเป็นสารชนิดใดหรือเหมาะกับระบบใดจากเลขสูตร วิเคราะห์ดิน คำนวณทั้ง N และ K₂O อ่านฉลากผลิตภัณฑ์ และใช้ตามวิธีที่รับรองคือหลักสำคัญที่สุด





