ปุ๋ยสูตร 11-8-34+2MgO รับรองไนโตรเจน (N) 11% ฟอสเฟตในรูป P₂O₅ 8% โพแทชในรูป K₂O 34% และระบุแมกนีเซียมในรูปเทียบเท่าแมกนีเซียมออกไซด์ (MgO) 2% โดยน้ำหนัก สูตรนี้มี K₂O เด่นมาก แต่ไม่ได้หมายความว่าเหมาะกับพืชติดผลทุกชนิด และข้อความ +2MgO ไม่ใช่แมกนีเซียมธาตุ 2% หากต้องการเทียบเป็น Mg ธาตุ ใช้ Mg = MgO × 0.603 จึงเท่ากับประมาณ 1.21% Mg
แยกอ่าน N–P₂O₅–K₂O และ +2MgO
สามตัวแรกของสูตรเรียงตาม N–P₂O₅–K₂O ส่วนข้อความต่อท้ายแสดงธาตุอาหารรองในรูปที่ฉลากระบุ การเขียน MgO เป็นธรรมเนียมรายงานแบบออกไซด์ ไม่ได้บอกว่าเม็ดปุ๋ยประกอบด้วยสาร MgO บริสุทธิ์ทั้งหมด และไม่บอกความสามารถละลายน้ำหรือรูปวัตถุดิบ ต้องตรวจบรรทัดค่ารับรอง รูปที่ละลายได้ และแหล่งที่มาบนฉลากผลิตภัณฑ์จริง
| ค่ารับรอง | ความหมาย | ในปุ๋ย 100 กก. |
|---|---|---|
| 11 | ไนโตรเจนทั้งหมด (N) | 11 กก. N |
| 8 | ฟอสเฟตในรูป P₂O₅ | 8 กก. P₂O₅ |
| 34 | โพแทชในรูป K₂O | 34 กก. K₂O |
| +2MgO | แมกนีเซียมที่รายงานเทียบเท่า MgO | 2 กก. MgO หรือประมาณ 1.21 กก. Mg เทียบเท่า |
การแปลงใช้ตัวคูณ 0.603: 2 × 0.603 = 1.206 จึงปัดเป็นประมาณ 1.21% Mg ธาตุ การแปลงนี้ช่วยให้เทียบหน่วยกับผลวิเคราะห์หรือคำแนะนำที่รายงานเป็น Mg แต่ไม่ยืนยันว่า Mg ทั้งหมดละลายน้ำหรือพืชใช้ได้ทันที ต้องอ่านรูปและการละลายที่รับรองบนฉลาก

สัดส่วนนี้บอกอะไรเกี่ยวกับการเลือก
11:8:34 มี K₂O มากกว่า N ประมาณสามเท่าและมากกว่า P₂O₅ มากกว่าสี่เท่า ทุกครั้งที่ใช้สูตรเพื่อเติม K จะมี N, P₂O₅ และ MgO ติดมาด้วย สูตรอาจเข้ากับแผนที่ต้องเติม K เด่น ขณะที่ต้องการ N และ P ต่ำกว่า รวมทั้งต้องการ Mg ตามผลดินหรือผลใบ แต่ถ้า Mg หรือ P สูงอยู่แล้ว ธาตุที่ติดมาจะจำกัดปริมาณสูตรก่อน K ถึงเป้าหมาย
อย่าเลือกจากอาการใบโดยยังไม่วินิจฉัย
อาการขาด K และ Mg อาจมีลักษณะใบเหลืองหรือไหม้ที่คล้ายความเครียดจากน้ำ รากเสีย โรค ความเค็ม หรือ pH ไม่เหมาะ การให้สูตร K สูงพร้อม Mg โดยเดาจากภาพเพียงอย่างเดียวอาจไม่แก้สาเหตุ ควรตรวจรูปแบบอาการ ตำแหน่งใบบนต้น ราก ความชื้น pH และใช้ผลดินหรือผลใบที่เก็บตามช่วงมาตรฐานของพืชนั้น
เมื่อไรควรนำ 11-8-34+2MgO มาเปรียบเทียบ
- คำแนะนำระบุ K₂O เด่น: ส่วนขาดหลังหักปุ๋ยและวัสดุเดิมต้องการ K มากกว่า N กับ P อย่างชัดเจน
- มีเหตุผลรองรับการเติม Mg: ผลดิน ผลใบ หรือคำแนะนำเฉพาะพืชชี้ว่า Mg ต่ำ และรูป Mg ที่ฉลากรับรองเหมาะกับวิธีใช้
- สามารถควบคุมธาตุที่ติดมา: N, P₂O₅ และ MgO ที่ได้รับพร้อม K ไม่ทำให้ยอดรวมเกินแผน
- ตรวจข้อจำกัดด้านคลอไรด์และความเค็มแล้ว: แหล่ง K และค่าการละลายเป็นไปตามความต้องการของพืชกับระบบปลูก
ธาตุใดเป็นตัวจำกัดปริมาณ
คำนวณน้ำหนักสูงสุดจากแต่ละค่ารับรองแล้วเลือกค่าต่ำสุด: N ที่ต้องการ ÷ 0.11, P₂O₅ ÷ 0.08, K₂O ÷ 0.34 และ MgO ÷ 0.02 หากคำแนะนำรายงาน Mg ธาตุ ต้องแปลงให้เป็นหน่วยเดียวกันก่อน เช่น เปลี่ยนความต้องการ Mg เป็น MgO ด้วยการหาร 0.603 หรือคำนวณ Mg ที่สูตรให้ด้วย 0.02 × 0.603 = 0.01206 ของน้ำหนักผลิตภัณฑ์
ตัวอย่างคำนวณจาก K₂O พร้อมตรวจ Mg
สมมติหน่วยทดลองหนึ่งต้องการ K₂O 10.2 กิโลกรัม น้ำหนักปุ๋ยที่คำนวณจาก K คือ 10.2 ÷ 0.34 = 30 กิโลกรัม ปริมาณนี้จะให้ N 3.3 กิโลกรัม P₂O₅ 2.4 กิโลกรัม และ MgO 0.6 กิโลกรัม เมื่อแปลง MgO เป็น Mg ธาตุจะได้ 0.6 × 0.603 ≈ 0.36 กิโลกรัม Mg
หากแผนอนุญาต Mg เพียง 0.18 กิโลกรัม สูตรนี้จะถูกจำกัดที่ประมาณ 0.18 ÷ 0.01206 ≈ 14.9 กิโลกรัม และให้ K₂O ประมาณ 5.07 กิโลกรัมเท่านั้น ส่วน K ที่เหลือต้องเติมจากแหล่งอื่นที่ไม่พา Mg เกิน ตัวอย่างทั้งหมดใช้เพื่ออธิบายการคำนวณหลายธาตุ ไม่ใช่อัตราแนะนำต่อไร่
ขั้นตอนเลือกตามผลดินและผลใบ
- เก็บตัวอย่างดินเป็นโซน: แยกพื้นที่ที่ชนิดดิน การระบายน้ำ ประวัติให้ปุ๋ย หรือการเจริญต่างกัน และหลีกเลี่ยงจุดผิดปกติ
- เก็บใบตามคู่มือเมื่อจำเป็น: เลือกตำแหน่งใบ อายุใบ เวลา และจำนวนต้นตามมาตรฐานของพืช เพื่อให้ผล Mg และ K เทียบเกณฑ์ได้
- ตรวจหน่วย: แยก Mg กับ MgO, K กับ K₂O และ P กับ P₂O₅ ไม่เทียบตัวเลขข้ามรูปโดยตรง
- หักเครดิต: รวมธาตุจากปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก โดโลไมต์ วัสดุปรับปรุงดิน น้ำ และปุ๋ยที่ให้ไปแล้ว
- คำนวณทุกธาตุที่ติดมา: เลือกปริมาณจากตัวที่ถึงเพดานก่อน แล้วใช้แหล่งเสริมแก้ส่วนขาดที่เหลือ
K, Mg และ Ca ต้องอยู่ในสมดุล
ธาตุอาหารไม่ได้ทำงานแยกจากกัน การเติม K มากในดินบางสภาพอาจสัมพันธ์กับการดูด Mg หรือ Ca ที่ลดลง ขณะที่การเติม Mg โดยไม่จำเป็นอาจไม่สร้างประโยชน์และเพิ่มเกลือรวม การตัดสินใจจึงควรดูระดับสัมพัทธ์และคำแนะนำที่ผ่านการสอบเทียบ ไม่ใช้แนวคิดว่า “ยิ่งมี Mg เพิ่มยิ่งดี” สูตรที่มี +2MgO มีประโยชน์เมื่อปริมาณและรูปตรงกับส่วนขาดเท่านั้น
อ่านฉลากส่วน Mg ให้ละเอียด
มองหาว่าฉลากเขียนแมกนีเซียมทั้งหมด แมกนีเซียมที่ละลายน้ำ หรือรูปอื่น และรายงานเป็น Mg หรือ MgO หากเป็น MgO ให้ใช้ตัวคูณ 0.603 เมื่อต้องเทียบกับ Mg ธาตุ ตรวจชื่อวัตถุดิบและข้อกำหนดการละลายสำหรับระบบน้ำ เลข +2MgO เพียงอย่างเดียวไม่รับรองว่าใช้พ่นใบได้ ไม่รับรองว่าละลายทั้งหมด และไม่บอกอัตราการปลดปล่อย
การใช้ การผสม และการเก็บ
- ใช้ตามฉลาก ชั่งและสอบเทียบอุปกรณ์ ไม่กองเม็ดปุ๋ยชิดเมล็ด รากอ่อน โคน หรือลำต้น
- หากใช้ระบบน้ำ ตรวจว่าผลิตภัณฑ์อนุญาตและละลายได้ตามที่ต้องการ ทดสอบน้ำและความเข้ากันได้ก่อนผสมถัง
- ไม่ผสมสารเข้มข้นโดยเดา เพราะส่วนประกอบที่มี Mg อาจเกิดตะกอนกับสารบางกลุ่มตามสภาพ pH และความเข้มข้น
- หลีกเลี่ยงก่อนฝนหนัก พื้นที่อิ่มน้ำ และแนวทางน้ำไหล เพื่อลดการสูญเสียและผลกระทบต่อแหล่งน้ำ
- สวมถุงมือ หน้ากาก และแว่นตามความเสี่ยง เก็บบนพาเลตในที่แห้ง แยกจากอาหาร เด็ก เชื้อเพลิง และแหล่งน้ำ
คำถามที่พบบ่อย
+2MgO เท่ากับแมกนีเซียม 2% หรือไม่
ไม่เท่ากัน 2% MgO แปลงเป็น Mg ธาตุด้วย 2 × 0.603 ≈ 1.21% Mg การเปรียบเทียบคำแนะนำต้องใช้หน่วยเดียวกันและตรวจว่าฉลากรับรอง Mg ในรูปใด
สูตรนี้เป็นปุ๋ยเร่งหวานหรือเพิ่มน้ำหนักผลหรือไม่
ไม่ใช่คำรับรองอัตโนมัติ แม้ K₂O สูง แต่ผลผลิตและคุณภาพตอบสนองเมื่อ K เป็นข้อจำกัดและปริมาณเหมาะสม ยังขึ้นกับพันธุ์ แสง น้ำ พื้นที่ใบ ภาระผล และสมดุล N, Mg, Ca กับธาตุอื่น
ควรใส่กี่กิโลกรัมต่อไร่
ต้องมีคำแนะนำเฉพาะพืช ผลดินหรือผลใบ เครดิตธาตุ และข้อมูลฉลากก่อน จากนั้นคำนวณเพดานทั้งสี่ค่า ไม่มีอัตราเดียวที่ใช้ได้กับทุกดินและทุกพืช
สรุป
11-8-34+2MgO เป็นสูตร K₂O เด่นที่ให้ N, P₂O₅ และ MgO ร่วมด้วย การอ่านที่ถูกต้องต้องแยก +2MgO ออกจาก Mg ธาตุ โดย 2% MgO เทียบได้ประมาณ 1.21% Mg แต่ค่ารับรองนี้ไม่บอกแหล่งสารหรือการละลาย ใช้ผลดินและผลใบที่มีเกณฑ์รองรับ ตรวจหน่วย หักเครดิต และคำนวณธาตุที่ถึงเพดานก่อน อ่านฉลากจริงและติดตามสมดุล K–Mg–Ca เพื่อให้สูตรตอบโจทย์โดยไม่สร้างส่วนเกิน





