ปุ๋ยสูตร 10-26-26 คือปุ๋ยเคมีที่มีค่ารับรอง N 10%, P₂O₅ 26% และ K₂O 26% โดยน้ำหนัก เป็นสูตรที่ให้ฟอสเฟตกับโพแทชเท่ากันและสูงกว่าไนโตรเจน 2.6 เท่า จึงอาจเป็นทางเลือกเมื่อผลวิเคราะห์ดินกับคำแนะนำเฉพาะพืชต้องการเติม P₂O₅ และ K₂O พร้อมกันในสัดส่วนใกล้เคียงกัน โดยต้องคำนวณปริมาณจริง ไม่ใช้ชื่อว่า “สูตรเร่งดอก” เป็นเกณฑ์แทนข้อมูลแปลง
ปุ๋ย 10-26-26 มีธาตุอาหารเท่าไร
สูตรปุ๋ยบนฉลากเรียงเป็น ไนโตรเจนทั้งหมด (N) – ฟอสเฟต (P₂O₅) – โพแทช (K₂O) และแสดงเป็นร้อยละโดยน้ำหนัก เลข 26 ไม่ใช่ร้อยละของ P หรือ K ธาตุล้วน จึงควรคำนวณในหน่วย P₂O₅ และ K₂O ให้ตรงกับคำแนะนำของห้องปฏิบัติการหรือหน่วยงานเกษตร เว้นแต่เอกสารนั้นระบุให้แปลงเป็นธาตุล้วนอย่างชัดเจน
| ค่าบนฉลาก | ธาตุอาหารที่รับรอง | ในปุ๋ย 100 กก. |
|---|---|---|
| 10 | N | ไนโตรเจนทั้งหมด 10 กก. |
| 26 | P₂O₅ | ฟอสเฟต 26 กก. |
| 26 | K₂O | โพแทช 26 กก. |
สามตัวเลขรวมเป็น 62% แต่ไม่ควรสรุปว่าส่วนที่เหลือ 38% เป็น “สารเติมเต็ม” ทั้งหมด เพราะอาจรวมองค์ประกอบของวัตถุดิบ ธาตุรอง สารปรับสภาพเม็ด หรือความชื้นตามผลิตภัณฑ์ เลขสูตรก็ไม่บอกว่าฟอสเฟตมาจากสารชนิดใดหรือไนโตรเจนอยู่ในรูปใด ต้องดูฉลากจริง ใบทะเบียน และเอกสารผู้ผลิต
เมื่อใดที่ 10-26-26 อาจเข้ากับแผน
พิจารณาสูตรนี้หลังทราบ “ธาตุที่ต้องเติม” ไม่ใช่จากปริมาณธาตุทั้งหมดในพืช สูตรอาจเข้ากับแผนเมื่อคำแนะนำต้องการ P₂O₅ และ K₂O เท่ากันหรือใกล้กัน พร้อม N ปริมาณต่ำกว่า โดยเฉพาะเมื่อ N ส่วนอื่นจะได้รับจากปุ๋ยอีกชนิด อินทรียวัตถุ หรือการแบ่งใส่ภายหลัง ทั้งหมดต้องถูกนับในงบธาตุอาหารเดียวกัน
| ข้อมูลแปลง | ความสอดคล้องกับ 10-26-26 | สิ่งที่ต้องตรวจต่อ |
|---|---|---|
| P และ K ต่ำใกล้กัน | อาจสอดคล้อง | N ที่ติดมา 10% และอัตราเฉพาะพืช |
| P สูง แต่ K ต่ำ | ไม่ค่อยสอดคล้อง | พิจารณาแหล่ง K ที่ไม่มี P |
| P ต่ำ แต่ K สูง | ไม่ค่อยสอดคล้อง | พิจารณาแหล่ง P ที่ไม่มี K |
| P และ K เพียงพอ | มักไม่จำเป็น | เลือกแหล่ง N ตามคำแนะนำแทน |
| pH ไม่เหมาะหรือรากมีปัญหา | ยังสรุปไม่ได้ | แก้ข้อจำกัดดิน น้ำ และรากร่วมกัน |

วิธีใช้ผลวิเคราะห์ดินเพื่อเลือกสูตร
- แบ่งเขตเก็บดิน: แยกพื้นที่ที่ชนิดดิน ความลาดชัน การให้น้ำ หรือประวัติผลผลิตต่างกัน ไม่รวมจุดผิดปกติเป็นตัวอย่างเดียวกับทั้งแปลง
- ส่งข้อมูลพืชพร้อมตัวอย่าง: ระบุชนิดพืช ระยะหรืออายุ ระบบปลูก ผลผลิตเดิม ปุ๋ยคอกและปุ๋ยเคมีที่เคยใช้ เพื่อให้การแปลผลมีบริบท
- อ่านวิธีวิเคราะห์: ค่า P และ K จากวิธีสกัดต่างกันไม่ควรถูกเทียบด้วยเกณฑ์เดียว ใช้ระดับและคำแนะนำที่ห้องปฏิบัติการให้มาคู่กับผล
- แปลงคำแนะนำเป็นสัดส่วน: เปรียบเทียบความต้องการ N:P₂O₅:K₂O กับ 10:26:26 โดยคำนึงถึงธาตุจากทุกแหล่งแล้ว
- คำนวณจากธาตุเป้าหมาย: เลือก P₂O₅ หรือ K₂O ที่เป็นข้อจำกัดในการคำนวณ และตรวจอีกสองธาตุที่ติดมากับสูตรทุกครั้ง
- วางแผนตรวจซ้ำ: บันทึกการใส่ ผลผลิต และอาการพืช ตรวจดินตามรอบที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้ P หรือ K สะสมโดยไม่รู้ตัว
ตัวอย่างคำนวณปุ๋ย 10-26-26
ตัวอย่างต่อไปนี้ไม่ใช่อัตราแนะนำต่อไร่: หากมีปุ๋ย 10-26-26 จำนวน 25 กิโลกรัม ปริมาณธาตุอาหารรับรองคือ N = 25 × 0.10 = 2.5 กิโลกรัม, P₂O₅ = 25 × 0.26 = 6.5 กิโลกรัม และ K₂O = 25 × 0.26 = 6.5 กิโลกรัม ตัวเลขนี้อธิบายสิ่งที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ตามค่ารับรองเท่านั้น ไม่ได้กำหนดว่าจะใช้กับพื้นที่เท่าใด
คำนวณย้อนจากคำแนะนำธาตุอาหาร
สมการพื้นฐานคือ น้ำหนักผลิตภัณฑ์ = ปริมาณธาตุเป้าหมาย ÷ สัดส่วนธาตุในรูปทศนิยม เช่น หากแผนสมมติสำหรับพื้นที่ที่ผู้เชี่ยวชาญกำหนดต้องการ K₂O 5.2 กิโลกรัม จะได้ 5.2 ÷ 0.26 = 20 กิโลกรัมผลิตภัณฑ์ ปริมาณนี้ให้ P₂O₅ 5.2 กิโลกรัมและ N 2 กิโลกรัมด้วย ต้องตรวจว่าสองค่านี้พอดีหรือไม่ ตัวอย่างนี้ตั้งใจแสดงวิธีคิด ไม่ได้ระบุชนิดพืช ขนาดพื้นที่ หรืออัตราต่อไร่ จึงนำไปใช้ภาคสนามโดยตรงไม่ได้
วางตำแหน่งและเวลาอย่างปลอดภัย
ปุ๋ยเข้มข้นที่กระจุกใกล้เมล็ดหรือรากอ่อนอาจสร้างความเข้มข้นเกลือสูง หลีกเลี่ยงการเทเป็นกองชิดโคนหรือให้สัมผัสเมล็ดโดยตรง ยกเว้นฉลากและคำแนะนำเฉพาะระบบยืนยันวิธีนั้น งานวิจัยด้านการวางปุ๋ยแสดงว่าความเสี่ยงต่อกล้าขึ้นกับชนิดปุ๋ย อัตรา ระยะจากเมล็ด ความชื้น และเนื้อดิน ดังนั้นตัวเลขระยะจากพืชหนึ่งหรือประเทศหนึ่งไม่ใช่กฎสากล
ข้อควรระวัง
- อย่าใช้ P₂O₅ สูงเพื่อแก้อาการใบหรือรากโดยไม่มีการวินิจฉัย อาการอาจมาจาก pH ดินแน่น น้ำ หรือโรค
- พื้นที่ที่ P สะสมสูงหรืออยู่ใกล้ทางน้ำควรให้ความสำคัญกับการลดการชะล้างและหลีกเลี่ยงการเติมโดยไม่จำเป็น
- อย่าผสมปุ๋ยกับสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชหรือปุ๋ยชนิดอื่นหากไม่มีข้อมูลความเข้ากันได้บนฉลาก
- สวมถุงมือ หน้ากากกันฝุ่น และแว่นตาตามความเสี่ยง หลีกเลี่ยงกิน ดื่ม หรือสูบบุหรี่ระหว่างทำงาน
- เก็บในภาชนะเดิมที่ปิดสนิท วางบนพื้นยกสูงในที่แห้ง แยกจากอาหาร อาหารสัตว์ เมล็ดพันธุ์ และแหล่งน้ำ
- ตรวจสูตร เลขทะเบียน ค่ารับรอง ผู้ผลิต น้ำหนักสุทธิ คำแนะนำภาษาไทย และสภาพกระสอบก่อนซื้อ
คำถามที่พบบ่อย
ปุ๋ย 10-26-26 ใช้ช่วงออกดอกได้ทุกพืชหรือไม่
ไม่ได้ ระยะออกดอกไม่ได้ทำให้ทุกแปลงต้องการ P₂O₅ และ K₂O ในสัดส่วน 26:26 เท่ากัน การออกดอกยังได้รับอิทธิพลจากพันธุ์ อายุ แสง น้ำ อุณหภูมิ และ N หากผลดินมี P หรือ K เพียงพอ สูตรอื่นหรือการไม่เติมธาตุนั้นอาจเหมาะกว่า
ปุ๋ย 10-26-26 จำนวน 50 กิโลกรัมมีธาตุเท่าไร
ตามค่ารับรองจะมี N 5 กิโลกรัม P₂O₅ 13 กิโลกรัม และ K₂O 13 กิโลกรัม ตัวเลขนี้ใช้จัดทำบัญชีธาตุอาหาร ไม่ใช่คำแนะนำให้นำหนึ่งกระสอบไปใส่ต่อไร่หรือต่อจำนวนต้นใด
เลือก 10-26-26 หรือ 9-24-24 แบบไหนคุ้มกว่า
คำนวณราคาต่อกิโลกรัมของธาตุที่ต้องการจริง แล้วตรวจ N และธาตุอีกตัวที่ติดมาด้วย รวมค่าขนส่ง คุณภาพเม็ด ความน่าเชื่อถือของทะเบียน และความแม่นยำในการหว่าน สูตรเข้มข้นกว่าอาจใช้ผลิตภัณฑ์น้อยกว่า แต่ไม่คุ้มหากพาธาตุที่ดินไม่ต้องการเข้ามาเกิน
สรุป
10-26-26 เป็นสูตร P และ K สูงเท่ากันเมื่อเทียบกับ N จุดแข็งจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อสัดส่วนนี้ตรงกับส่วนขาดของแปลง อ่านผลดินพร้อมวิธีแปล ขอคำแนะนำเป็น N–P₂O₅–K₂O คำนวณจากธาตุเป้าหมาย ตรวจธาตุที่ติดมา และปฏิบัติตามฉลาก การเลือกอย่างมีข้อมูลมีความสำคัญกว่าการใช้เลขสูงหรือคำเรียกทางการตลาดเป็นคำตอบสำเร็จรูป
แหล่งข้อมูลประกอบการเรียบเรียง
- กรมวิชาการเกษตร: ฉลากปุ๋ยที่ถูกต้องและรายการข้อมูลสำคัญ
- กรมพัฒนาที่ดิน: เลือกใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินและความต้องการของพืช
- กรมวิชาการเกษตร: คำแนะนำการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินสำหรับพืชไร่เศรษฐกิจ
- University of Maryland Extension: Understanding Your Soil Test Report และหลักคำนวณน้ำหนักปุ๋ย
- Oregon State University Extension: ปัจจัยที่มีผลต่อความเสี่ยงเมื่อวางปุ๋ยใกล้เมล็ด





