ปุ๋ยสูตร 0-52-34 ให้ไนโตรเจน (N) 0% ฟอสเฟตในรูป P₂O₅ 52% และโพแทชในรูป K₂O 34% โดยน้ำหนัก จึงเป็นแหล่งฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมเข้มข้นที่ไม่มีไนโตรเจน เกรดนี้โดยทั่วไปสัมพันธ์กับโมโนโพแทสเซียมฟอสเฟต หรือ monopotassium phosphate (MKP) แต่เลขสูตรอย่างเดียวไม่ยืนยันชนิดสาร ความบริสุทธิ์ การละลายน้ำ หรือวิธีใช้ของสินค้าทุกยี่ห้อ ต้องตรวจฉลากจริง โดยเฉพาะก่อนใช้ในระบบน้ำหรือพ่นทางใบ
อ่านสูตร 0-52-34 ให้ถูก
เลขสามตำแหน่งเรียงตาม N–P₂O₅–K₂O และเป็นร้อยละโดยน้ำหนัก ไม่ใช่อัตราใส่ต่อไร่ และ P₂O₅ กับ K₂O เป็นรูปที่ใช้รับรองบนฉลาก ไม่ใช่เปอร์เซ็นต์ P และ K ในรูปธาตุโดยตรง
| ค่ารับรอง | ความหมาย | ในปุ๋ย 100 กก. |
|---|---|---|
| 0 | ไนโตรเจนทั้งหมด (N) | 0 กก. N |
| 52 | ฟอสเฟตในรูป P₂O₅ | 52 กก. P₂O₅ |
| 34 | โพแทชในรูป K₂O | 34 กก. K₂O |
หากชั่งปุ๋ย 10 กิโลกรัม จะได้ P₂O₅ 5.2 กิโลกรัม และ K₂O 3.4 กิโลกรัม โดยไม่มี N จากปุ๋ยรายการนี้ การถอดตัวเลขดังกล่าวใช้ทำงบธาตุอาหารเท่านั้น ไม่ใช่อัตราแนะนำต่อไร่ เพราะอัตราจริงต้องเริ่มจากพืช ระยะ ผลดิน ระบบปลูก และแหล่งธาตุเดิม
0-52-34 คือ MKP เสมอหรือไม่
ตารางปุ๋ยของมหาวิทยาลัยหลายแห่งระบุ monopotassium phosphate สูตรเคมี KH₂PO₄ ด้วยเกรด 0-52-34 จึงพบการเรียกสูตรนี้ว่า MKP อยู่ทั่วไป อย่างไรก็ตาม เกรดปุ๋ยบอกปริมาณธาตุรับรอง แต่ไม่บอกวัตถุดิบ สิ่งเจือปน สารเติมแต่ง หรือการขึ้นทะเบียนสำหรับวิธีใช้เฉพาะ ควรดูชื่อชนิดปุ๋ย เลขทะเบียน และคำว่า “ละลายน้ำ” หรือ “สำหรับระบบให้น้ำ/พ่นทางใบ” บนฉลากทุกครั้ง
ธาตุในสูตรนี้ช่วยอะไร
ฟอสฟอรัส เกี่ยวข้องกับการถ่ายโอนพลังงาน การแบ่งเซลล์ และราก ส่วน โพแทสเซียม เกี่ยวข้องกับสมดุลน้ำ เอนไซม์ และการเคลื่อนย้ายสารภายในพืช แต่ P และ K สูงไม่ได้รับประกันว่าจะ “เร่งราก เร่งดอก เพิ่มหวาน” ในทุกแปลง พืชตอบสนองเมื่อธาตุที่เติมเป็นข้อจำกัดและน้ำ แสง ราก pH รวมถึงปัจจัยอื่นเหมาะสมด้วย

เลือก 0-52-34 จากผลดินและพืช
สูตรนี้อาจตรงโจทย์เมื่อคำแนะนำต้องการ P₂O₅ และ K₂O ในสัดส่วนใกล้ 52:34 โดยไม่ต้องการ N จากแหล่งนี้ หรือเมื่อต้องการแยกจัดการ N ด้วยปุ๋ยอีกชนิด แต่หากดินมี P สูง การคำนวณจาก K₂O จะพา P₂O₅ เข้ามาเกิน ตรงกันข้าม หากต้องการ P แต่ไม่ต้องการ K สูตร 0-46-0 หรือแหล่งอื่นอาจตรงกว่า อ่านความต่างได้ใน คู่มือปุ๋ย 0-46-0
- เก็บตัวอย่างดินให้เป็นตัวแทน แยกพื้นที่ที่ดิน ความลาดชัน หรือประวัติจัดการต่างกัน และหลีกเลี่ยงจุดกองปุ๋ยกับจุดผิดปกติ
- อ่าน pH, P และ K ตามเกณฑ์ของห้องปฏิบัติการ วิธีสกัดต่างกันอาจให้ตัวเลขต่างกัน จึงไม่ควรย้ายเกณฑ์แปลผลข้ามวิธีเอง
- ใช้คำแนะนำเฉพาะพืช พิจารณาพันธุ์ อายุ ระยะ ความหนาแน่น ผลผลิตเป้าหมาย และระบบน้ำ ไม่คัดลอกอัตราจากแปลงอื่น
- หักเครดิตธาตุเดิม รวมปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก น้ำ เศษพืช ปุ๋ยรองพื้น และปุ๋ยที่ใส่แล้ว จากนั้นตรวจพร้อมกันทั้ง P₂O₅ และ K₂O
ตัวอย่างคำนวณ 0-52-34
หากแผนธาตุอาหารที่ผ่านการวิเคราะห์กำหนดให้เติม P₂O₅ 5.2 กิโลกรัม ปริมาณ 0-52-34 ที่คำนวณจาก P₂O₅ คือ 5.2 ÷ 0.52 = 10 กิโลกรัม ปริมาณนี้นำ K₂O เข้ามาด้วย 10 × 0.34 = 3.4 กิโลกรัม หากเป้าหมาย K₂O มีเพียง 2 กิโลกรัม สูตรนี้จะให้เกิน 1.4 กิโลกรัม จึงควรเปลี่ยนแหล่งหรือคำนวณชุดใหม่ ตัวอย่างนี้ ไม่ใช่อัตราต่อไร่ และยังไม่รวมธาตุจากแหล่งอื่น
ใช้ทางดิน ระบบน้ำ และทางใบต้องตัดสินแยกกัน
การใช้ทางดิน
ยึดอัตรา เวลา และตำแหน่งตามคำแนะนำเฉพาะพืชกับฉลาก ไม่กองปุ๋ยเข้มข้นชิดเมล็ด รากอ่อน หรือลำต้น แม้ไม่มี N แต่ยังเป็นเกลือปุ๋ยเข้มข้น การใช้มากหรือวางผิดตำแหน่งทำให้รากเสียหายได้
การให้ผ่านระบบน้ำ
อย่าอนุมานจากเลข 0-52-34 ว่าทุกผลิตภัณฑ์ใช้ fertigation ได้ ต้องตรวจเกรดการละลาย pH และ EC ของน้ำ อุณหภูมิ ความเข้ากันได้ และความเสี่ยงตกตะกอน ฟอสเฟตอาจเกิดตะกอนกับแคลเซียมหรือแมกนีเซียมและอุดตันหัวจ่าย ใช้เฉพาะสินค้าที่ฉลากอนุญาต ทดสอบผสมปริมาณเล็กในน้ำจริง และแยกถังหรือแยกเวลาจ่ายตามคู่มือระบบ
การพ่นทางใบ
เลขสูตรไม่รับรองความเหมาะสมสำหรับพ่นใบ ความเข้มข้น คุณภาพน้ำ อุณหภูมิ อายุใบ และสารผสมมีผลต่อการดูดใช้กับความเสี่ยงใบไหม้ ใช้เฉพาะเมื่อฉลากระบุอัตราและวิธีชัดเจน ทดลองพื้นที่เล็กก่อน และไม่เพิ่มความเข้มข้นเอง
ข้อควรระวังในการซื้อ ผสม และเก็บ
- ตรวจสูตรรับรอง เลขทะเบียน ผู้ผลิต น้ำหนัก วิธีใช้ และคำเตือนบนฉลากภาษาไทย ไม่ซื้อจากเลขสูตรหรือคำโฆษณาเพียงอย่างเดียว
- อย่าผสมกับปุ๋ยแคลเซียม แมกนีเซียม หรือสารอื่นโดยเดา ให้ใช้ตารางความเข้ากันได้และทดสอบในน้ำจริงก่อน
- สวมถุงมือ แว่น และหน้ากากกันฝุ่นตามฉลาก หลีกเลี่ยงการสูดฝุ่นหรือสัมผัสดวงตา
- เก็บในถุงปิดสนิท บนพาเลต ในที่แห้ง แยกจากเด็ก อาหาร อาหารสัตว์ และแหล่งน้ำ ไม่เทส่วนเหลือลงคูคลอง
คำถามที่พบบ่อย
0-52-34 ใช้เร่งดอกได้กับทุกพืชหรือไม่
ไม่ได้ สูตรบอกว่ามี P₂O₅ และ K₂O สูงแต่ไม่บอกว่าพืชขาดธาตุเหล่านี้ การออกดอกยังขึ้นกับพันธุ์ อายุ แสง น้ำ อุณหภูมิ และสุขภาพต้น หากดินมี P หรือ K เพียงพอ การเติมเพิ่มอาจไม่ให้ประโยชน์
0-52-34 ใช้ในระบบน้ำได้เลยหรือไม่
ไม่ควรสรุปจากสูตร แม้เกรดนี้มักสัมพันธ์กับ MKP แต่ต้องยืนยันว่าเป็นเกรดละลายน้ำและฉลากอนุญาต พร้อมประเมิน pH, EC, แคลเซียม แมกนีเซียม และความเสี่ยงตกตะกอนก่อน
0-52-34 พ่นทางใบได้หรือไม่
ใช้ได้เฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ฉลากระบุการพ่นทางใบพร้อมอัตราและวิธีใช้ ไม่ควรนำอัตราของยี่ห้อหนึ่งไปใช้กับอีกยี่ห้อหรือเพิ่มความเข้มข้นเอง หากฉลากไม่ระบุ ให้สอบถามผู้ผลิตหรือนักวิชาการ
สรุป
ปุ๋ย 0-52-34 ไม่มี N แต่ให้ P₂O₅ 52% และ K₂O 34% โดยทั่วไปสัมพันธ์กับ MKP แต่ต้องยืนยันจากฉลาก ไม่เหมารวมว่าทุกถุงใช้ทางใบหรือระบบน้ำได้ เลือกจากผลดิน คำนวณทั้ง P₂O₅ และ K₂O ตรวจความเข้ากันได้ และใช้ตามพืช น้ำ ดิน และระบบจริง
แหล่งข้อมูลประกอบการเรียบเรียง
- University of Florida IFAS: การเลือกแหล่งปุ๋ยและความเข้ากันได้สำหรับ fertigation
- University of Florida IFAS: การจัดการปุ๋ยผ่านระบบน้ำและความเสี่ยงตกตะกอน
- กรมพัฒนาที่ดิน: การใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินและการใช้ปุ๋ยแบบสั่งตัด
- กรมพัฒนาที่ดิน: คู่มือประชาชน การวิเคราะห์ดินสำหรับเกษตรกร
- USDA NRCS: Nutrient Management Standard 590





