เยียวยาเกษตรกร 2569 ล่าสุด เป็นความช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ผู้ประสบภัยพิบัติด้านการเกษตร ไม่ใช่เงินแจกที่เกษตรกรทุกคนได้รับโดยอัตโนมัติ ผู้ขอรับความช่วยเหลือต้องมีทะเบียนเกษตรกรที่เป็นปัจจุบันก่อนเกิดภัย มีความเสียหายจริง อยู่ในพื้นที่ที่ประกาศเขตให้ความช่วยเหลือ และผ่านการตรวจสอบตามขั้นตอนของทางราชการ
ข้อมูลสำคัญ ณ วันที่ 14 ตุลาคม 2569: กรมส่งเสริมการเกษตรระบุว่า เกณฑ์ใหม่ใช้กับภัยที่เกิดตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป โดยด้านพืชช่วยเหลือไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่ ข้าวที่ตายหรือเสียหายจนฟื้นฟูไม่ได้อยู่ที่ 2,240 บาทต่อไร่ พืชไร่และพืชผัก 3,180 บาทต่อไร่ และไม้ผล ไม้ยืนต้น และพืชอื่น 6,800 บาทต่อไร่ ทั้งนี้ เงินจะจ่ายตามพื้นที่เสียหายจริงที่ผ่านการรับรอง ไม่ได้คำนวณจากพื้นที่ขึ้นทะเบียนทั้งหมด
สถานการณ์เยียวยาเกษตรกรล่าสุดถึงไหนแล้ว
ข้อมูลกรมส่งเสริมการเกษตร ณ วันที่ 9 ตุลาคม 2569 ระบุว่า ช่วงภัยตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนถึง 7 ตุลาคม มีพื้นที่ด้านพืชได้รับผลกระทบ 50 จังหวัด 310 อำเภอ และ 1,701 ตำบล ในจำนวนนี้มี 34 จังหวัดที่ประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินแล้ว เบื้องต้นมีเกษตรกรได้รับผลกระทบ 159,048 ราย และพื้นที่ได้รับผลกระทบกว่า 1.76 ล้านไร่ โดยนาข้าวเป็นพื้นที่ส่วนใหญ่
ตัวเลขดังกล่าวเป็นสถานการณ์ระหว่างการสำรวจ จึงอาจเปลี่ยนแปลงได้ ไม่ได้หมายความว่าทุกแปลงในจังหวัดที่กล่าวถึงผ่านการรับรองความเสียหายแล้ว เกษตรกรควรตรวจสอบประกาศของจังหวัด อำเภอ และสำนักงานเกษตรในพื้นที่ของตนโดยตรง เพราะการประกาศเขตภัย การเปิดรับแบบ กษ 01 และกรอบเวลาดำเนินงานอาจไม่พร้อมกันทุกพื้นที่
ใครบ้างที่มีสิทธิ์ขอรับเงินช่วยเหลือ
สำหรับความเสียหายด้านพืช เงื่อนไขหลักที่ควรตรวจสอบมีดังนี้
- ขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรก่อนเกิดภัย ข้อมูลชนิดพืช รอบการผลิต และที่ตั้งแปลงควรตรงกับข้อเท็จจริง
- มีความเสียหายเกิดขึ้นจริง เจ้าหน้าที่และคณะตรวจสอบจะลงพื้นที่หรือพิจารณาหลักฐานเพื่อรับรองพื้นที่เสียหาย
- พื้นที่อยู่ในเขตที่ประกาศให้ความช่วยเหลือ การได้รับผลกระทบเพียงอย่างเดียวยังไม่ทำให้เกิดสิทธิ์โดยอัตโนมัติ
- พืชตายหรือเสียหายจนฟื้นฟูไม่ได้ สำหรับอัตราช่วยเหลือกรณีเสียหายสิ้นเชิง เจ้าหน้าที่ต้องประเมินว่าไม่สามารถทำให้กลับคืนสู่สภาพเดิมได้
- ผ่านประชาคมและการรับรองตามขั้นตอน รายชื่อและขนาดพื้นที่จะผ่านการตรวจสอบก่อนเสนออนุมัติ
หากข้อมูลทะเบียนไม่ตรงกับแปลงจริง หรือเพิ่งขึ้นทะเบียนหลังเกิดภัย อาจไม่ผ่านเกณฑ์ ควรนำสมุดทะเบียนเกษตรกร บัตรประชาชน และข้อมูลแปลงไปสอบถามสำนักงานเกษตรอำเภอ อย่าแก้ไขข้อมูลย้อนหลังหรือจ่ายเงินให้บุคคลที่อ้างว่าสามารถทำให้ผ่านสิทธิ์ได้
อัตราเงินช่วยเหลือด้านพืช ปี 2569
- ข้าว: 2,240 บาทต่อไร่
- พืชไร่และพืชผัก: 3,180 บาทต่อไร่
- ไม้ผล ไม้ยืนต้น และพืชอื่นที่เสียหายจนฟื้นฟูไม่ได้: 6,800 บาทต่อไร่
- ไม้ผลหรือไม้ยืนต้นชะงักการเจริญเติบโตแต่ยังฟื้นฟูได้: 3,400 บาทต่อไร่
การช่วยเหลือด้านพืชรวมแล้วไม่เกิน 30 ไร่ต่อครัวเรือน ส่วนกรณีแปลงเพาะปลูกถูกหิน ดิน ทราย ไม้ โคลน หรือซากวัสดุทับถมจนใช้เพาะปลูกไม่ได้ และหน่วยงานของรัฐไม่สามารถเข้าไปดำเนินการได้ เกณฑ์ระบุค่าใช้จ่ายขุดลอกและขนย้าย 16,000 บาทต่อไร่ ไม่เกิน 5 ไร่ เงื่อนไขแต่ละกรณีต้องผ่านการตรวจสอบ ไม่ควรนำอัตราสูงสุดไปตีความว่าเป็นยอดเงินที่ทุกครัวเรือนจะได้รับ
3 ขั้นตอนสำคัญก่อนรับเงินเยียวยา
1. เช็กทะเบียนเกษตรกร
ตรวจสอบว่าทะเบียนเกษตรกรและข้อมูลการเพาะปลูกได้รับการปรับปรุงก่อนเกิดภัย ชนิดพืช พื้นที่ และรอบการผลิตต้องตรงกับแปลงที่ได้รับความเสียหาย หากไม่แน่ใจ ให้ติดต่อสำนักงานเกษตรอำเภอที่แปลงตั้งอยู่
2. ยื่นแบบขอรับความช่วยเหลือ กษ 01
เมื่อพื้นที่เปิดรับแจ้งความเสียหาย ให้ยื่นแบบ กษ 01 ที่สำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่เกิดเหตุ แบบต้องผ่านการตรวจสอบและรับรองจากผู้ใหญ่บ้าน กำนัน นายกองค์การบริหารส่วนตำบล หรือนายกเทศมนตรีตามกรณี กรมส่งเสริมการเกษตรระบุว่าสามารถดาวน์โหลดแบบได้จากระบบ disaster.doae.go.th แต่ควรสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนว่าพื้นที่กำหนดเอกสารและช่วงเวลายื่นอย่างไร
3. เข้าร่วมประชาคมและติดตามประกาศรายชื่อ
หลังยื่นแบบ เจ้าหน้าที่และคณะอนุกรรมการจะตรวจสอบความเสียหาย มีการประชาคมหรือติดประกาศรายชื่อให้คนในพื้นที่ร่วมตรวจสอบ หากผ่านการพิจารณา ธ.ก.ส. จะโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรงตามขั้นตอน ผู้ขอสิทธิ์จึงควรตรวจสอบชื่อ เลขบัญชี และติดตามประกาศจากหน่วยงานท้องถิ่นอย่างสม่ำเสมอ
ด้านปศุสัตว์และประมงต้องแจ้งที่ไหน
ผู้เลี้ยงสัตว์และผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์เฉพาะตามชนิด อายุ จำนวนสัตว์ ขนาดพื้นที่ และลักษณะความเสียหาย หากเสียหายด้านปศุสัตว์ให้ติดต่อสำนักงานปศุสัตว์อำเภอ ส่วนด้านประมงให้ติดต่อสำนักงานประมงอำเภอ อย่าใช้แบบหรืออัตราด้านพืชไปคำนวณแทน เพราะหน่วยงานรับผิดชอบและเกณฑ์ไม่เหมือนกัน
เอกสารและหลักฐานที่ควรเตรียม
- บัตรประจำตัวประชาชนและข้อมูลติดต่อที่ใช้งานได้
- สมุดทะเบียนเกษตรกรหรือหลักฐานทะเบียนที่เป็นปัจจุบัน
- รายละเอียดแปลง เลขที่ตั้งแปลง ชนิดพืช และพื้นที่เพาะปลูก
- ภาพความเสียหายที่เห็นสภาพแปลงและจุดอ้างอิงชัดเจน หากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่แนะนำให้เก็บไว้
- สำเนาหน้าบัญชีที่ชื่อผู้รับตรงกับข้อมูลเกษตรกร ตามที่หน่วยงานกำหนด
- แบบ กษ 01 และเอกสารรับรองจากผู้นำท้องถิ่นตามขั้นตอน
รายการจริงอาจต่างกันตามประเภทภัยและประกาศในพื้นที่ ให้ใช้คำแนะนำของสำนักงานเกษตรอำเภอเป็นหลัก การเตรียมภาพและเอกสารไว้ช่วยให้ตรวจสอบสะดวกขึ้น แต่ไม่ใช่สิ่งทดแทนการรับรองความเสียหายจากเจ้าหน้าที่
ระวังมิจฉาชีพและข่าวปลอมเรื่องเงินเยียวยา
ไม่มีเจ้าหน้าที่จริงเรียกเก็บ “ค่าดำเนินการ” เพื่อแลกกับการผ่านสิทธิ์ ไม่ควรกดลิงก์จากข้อความที่อ้างว่าให้กรอกเลขบัตรประชาชน รหัส OTP หรือข้อมูลบัญชีเพื่อรับเงินทันที ช่องทางหลักคือสำนักงานเกษตรอำเภอ เว็บไซต์กรมส่งเสริมการเกษตร และประกาศจังหวัดหรือหน่วยงานราชการที่ตรวจสอบโดเมนได้
คำว่า “เยียวยาเกษตรกร 2569” อาจถูกนำไปใช้เรียกหลายมาตรการ เช่น เงินช่วยเหลือภัยพิบัติ เงินไร่ละ 1,000 บาท หรือสินเชื่อฟื้นฟู ซึ่งมีวัตถุประสงค์และคุณสมบัติต่างกัน บทความนี้กล่าวถึงความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติด้านการเกษตรเป็นหลัก ไม่ควรนำเงื่อนไขไปปะปนกับโครงการอื่น
คำถามที่พบบ่อย
น้ำท่วมแปลงแต่พืชยังฟื้นตัวได้ รับเงินหรือไม่
ไม่ใช่ทุกกรณีจะได้อัตราเสียหายสิ้นเชิง เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบระดับความเสียหายก่อน หากพืชยังฟื้นฟูได้อาจไม่เข้าเกณฑ์เดียวกับพืชตาย ส่วนไม้ผลและไม้ยืนต้นมีเกณฑ์กรณีชะงักการเจริญเติบโตแยกต่างหาก
ขึ้นทะเบียนเกษตรกรหลังเกิดน้ำท่วมได้สิทธิ์ย้อนหลังหรือไม่
เกณฑ์กำหนดว่าต้องขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงข้อมูลก่อนเกิดภัย การขึ้นทะเบียนภายหลังจึงไม่ควรถูกคาดหวังว่าจะทำให้เกิดสิทธิ์ย้อนหลัง ควรให้สำนักงานเกษตรอำเภอตรวจสอบกรณีเฉพาะของตน
จะรู้ผลเมื่อไร
ระยะเวลาขึ้นอยู่กับการประกาศเขตภัย การสำรวจ ประชาคม และการอนุมัติของคณะกรรมการในพื้นที่ กรมส่งเสริมการเกษตรระบุว่าสำนักงานเกษตรอำเภอจะรวบรวมแบบเสนอคณะกรรมการระดับอำเภอภายในกรอบที่กำหนด แต่วันโอนของแต่ละพื้นที่อาจต่างกัน
ติดตามสถานะได้จากที่ไหน
ติดตามกับสำนักงานเกษตรอำเภอ สถานที่ติดประกาศรายชื่อในชุมชน และระบบของกรมส่งเสริมการเกษตรที่ disaster.doae.go.th โดยใช้ช่องทางราชการเท่านั้น
สรุป: หากได้รับความเสียหาย ให้เริ่มจากเช็กทะเบียน ติดต่อสำนักงานเกษตรอำเภอ ยื่น กษ 01 เข้าร่วมประชาคม และติดตามรายชื่อ อย่ารอเพียงข่าวในโซเชียล เพราะสิทธิ์จริงขึ้นอยู่กับวันที่เกิดภัย สภาพความเสียหาย และประกาศของพื้นที่
หมายเหตุ: ข้อมูลตรวจสอบถึงวันที่ 14 ตุลาคม 2569 หลักเกณฑ์และสถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลง โปรดยืนยันกับสำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่ก่อนดำเนินการ

