เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 2569 ยังจ่ายแบบขั้นบันไดตามช่วงอายุ เดือนละ 600–1,000 บาท โดยรัฐบาลยืนยันเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2569 ว่าข่าวที่อ้างว่าจะปรับเป็นเดือนละ 3,000 บาทนั้นไม่เป็นความจริง บทความนี้สรุปอัตราที่ถูกต้อง คุณสมบัติเบื้องต้น เอกสารที่ควรเตรียม และวิธียืนยันสิทธิกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
สรุปสำคัญ: ผู้สูงอายุที่ยังไม่เคยรับสิทธิหรือกำลังจะอายุครบ 60 ปี ควรติดต่อเทศบาล อบต. หรือสำนักงานเขตตามทะเบียนบ้านโดยตรง เพราะช่วงรับยืนยันสิทธิและรายละเอียดเอกสารอาจต่างกันในแต่ละพื้นที่
เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 2569 ได้เดือนละเท่าไร
ข้อมูลจากรัฐบาลไทยระบุว่า การจ่ายเงินยังคงเป็นไปตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2566 โดยแบ่งตามอายุดังนี้
| ช่วงอายุ | อัตราที่ได้รับต่อคนต่อเดือน |
|---|---|
| 60–69 ปี | 600 บาท |
| 70–79 ปี | 700 บาท |
| 80–89 ปี | 800 บาท |
| 90 ปีขึ้นไป | 1,000 บาท |
เมื่อผู้รับสิทธิมีอายุเลื่อนเข้าสู่ช่วงถัดไป อัตราจะปรับตามหลักเกณฑ์ของหน่วยงานผู้จ่าย อย่างไรก็ตาม หากยอดเงินไม่เปลี่ยนตามที่คาด ควรตรวจสอบข้อมูลวันเกิดและสถานะสิทธิกับเทศบาล อบต. หรือสำนักงานเขตในพื้นที่
ใครควรไปยืนยันสิทธิ
- ผู้มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ที่ยังไม่เคยยืนยันสิทธิ
- ผู้ที่จะมีอายุครบ 60 ปีในปีงบประมาณถัดไป ตามช่วงวันที่เกิดที่ท้องถิ่นประกาศ
- ผู้สูงอายุที่ย้ายทะเบียนบ้านไปอยู่เขตเทศบาล อบต. หรือสำนักงานเขตแห่งใหม่
- ผู้ที่เคยยื่นคำขอแล้วแต่ยังไม่พบชื่อหรือยังไม่ได้รับเงิน และต้องการตรวจสอบสถานะ
ผู้ที่รับเงินอยู่แล้วโดยทั่วไปไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ทุกปี แต่ควรแจ้งการเปลี่ยนแปลงสำคัญ เช่น การย้ายภูมิลำเนา เปลี่ยนบัญชีธนาคาร หรือข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อป้องกันการจ่ายเงินสะดุด
คุณสมบัติเบื้องต้นที่ควรตรวจสอบ
- มีสัญชาติไทย
- มีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ตามหลักเกณฑ์และรอบปีงบประมาณที่กำหนด
- มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ยื่นคำขอ
- ไม่เป็นผู้ได้รับสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์ประจำจากรัฐในลักษณะที่ระเบียบกำหนดให้เป็นข้อยกเว้น เช่น เงินบำนาญหรือสิทธิประโยชน์บางประเภท ทั้งนี้ต้องให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเป็นรายกรณี
- มีคุณสมบัติอื่นครบถ้วนตามระเบียบและประกาศขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
เนื่องจากรายละเอียดสิทธิอาจเกี่ยวข้องกับสวัสดิการอื่นที่ผู้ยื่นได้รับอยู่ จึงไม่ควรตัดสินจากข้อความสั้น ๆ ในโซเชียลเพียงอย่างเดียว หากไม่แน่ใจให้นำหลักฐานสิทธิที่มีไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ
เอกสารที่ควรเตรียม
- บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริง
- ทะเบียนบ้านฉบับจริง
- สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร กรณีประสงค์รับเงินผ่านบัญชี
- หนังสือมอบอำนาจและเอกสารของผู้รับมอบอำนาจ หากเจ้าตัวไม่สามารถไปยื่นได้
- เอกสารอื่นตามที่เทศบาล อบต. หรือสำนักงานเขตแจ้งเพิ่มเติม
ควรถ่ายสำเนาไว้ล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งชุด และตรวจให้ชื่อ นามสกุล เลขประจำตัวประชาชน และเลขบัญชีตรงกัน หากใช้บัญชีของผู้รับมอบอำนาจหรือบุคคลอื่น ต้องสอบถามรูปแบบเอกสารที่พื้นที่รับรองก่อน
ขั้นตอนยืนยันสิทธิแบบเข้าใจง่าย
- เช็กหน่วยงานตามทะเบียนบ้าน ผู้ที่อยู่ต่างจังหวัดติดต่อเทศบาลหรือ อบต. ส่วนกรุงเทพมหานครติดต่อสำนักงานเขต
- สอบถามช่วงเวลาเปิดรับ โดยเฉพาะผู้ที่จะอายุครบ 60 ปีในปีงบประมาณถัดไป เพราะแต่ละพื้นที่จะประชาสัมพันธ์วันรับเรื่องของตน
- เตรียมเอกสารและยื่นคำขอ สามารถยื่นด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษรเมื่อมีความจำเป็น
- รับหลักฐานการยื่น ขอสำเนาคำร้องหรือเลขรับเรื่อง และตรวจสอบว่าช่องทางรับเงินถูกต้อง
- ติดตามสถานะ สอบถามท้องถิ่น หรือใช้บริการตรวจสอบของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเมื่อระบบพร้อมใช้งาน
ย้ายทะเบียนบ้านต้องทำอย่างไร
ผู้สูงอายุที่ย้ายภูมิลำเนาควรไปยืนยันสิทธิกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งใหม่ตามทะเบียนบ้าน ไม่ควรรอจนเงินขาดช่วงแล้วค่อยติดต่อ ควรพกหลักฐานการรับเงินเดิมและแจ้งข้อมูลบัญชีธนาคารให้ครบถ้วน เจ้าหน้าที่ของพื้นที่เดิมและพื้นที่ใหม่จะดำเนินการตามขั้นตอนการส่งต่อข้อมูล
ระวังข่าวปลอมและมิจฉาชีพ
- อย่าเชื่อข้อความว่าเบี้ยยังชีพปรับเป็น 3,000 บาท หากไม่มีประกาศทางการ
- อย่ากดลิงก์ที่ขอเลขบัตรประชาชน รหัสผ่าน หรือ OTP ผ่านข้อความส่วนตัว
- การตรวจสอบสิทธิให้ใช้เว็บไซต์ของหน่วยงานรัฐหรือสอบถามสำนักงานท้องถิ่นโดยตรง
- หากมีผู้เรียกเก็บเงินเพื่อ “เร่งอนุมัติสิทธิ” ให้หยุดดำเนินการและตรวจสอบกับหน่วยงานทันที
คำถามที่พบบ่อย
ลงทะเบียนแล้วต้องยื่นใหม่ทุกปีหรือไม่
โดยทั่วไปผู้ที่ได้รับสิทธิอยู่แล้วไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ทุกปี แต่ต้องแจ้งเมื่อย้ายทะเบียนบ้านหรือมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลสำคัญ
รับเบี้ยผู้พิการอยู่ จะขอเบี้ยผู้สูงอายุได้ไหม
สิทธิของผู้พิการมีข้อยกเว้นตามระเบียบบางกรณี จึงควรให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นตรวจสอบสิทธิรายบุคคล ไม่ควรยกเลิกสิทธิเดิมด้วยตนเองก่อนทราบผลอย่างเป็นทางการ
ตรวจสอบข้อมูลออนไลน์ได้ที่ไหน
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นมีบริการ ตรวจสอบเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุผ่าน Digital DLA หากระบบขัดข้องให้ติดต่อท้องถิ่นตามทะเบียนบ้านโดยตรง
แหล่งข้อมูลทางการ
- รัฐบาลไทยยืนยันอัตราเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ปี 2569
- คู่มือการลงทะเบียนและเอกสาร — ศูนย์รวมข้อมูลภาครัฐ
- ระบบตรวจสอบเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ — กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
หมายเหตุ: ข้อมูลตรวจสอบ ณ วันที่ 27 กันยายน 2569 เกณฑ์รับยืนยันสิทธิและเอกสารอาจมีรายละเอียดต่างกันตามพื้นที่ โปรดติดต่อเทศบาล อบต. หรือสำนักงานเขตตามทะเบียนบ้านก่อนยื่นคำขอ
