ปุ๋ยสูตร 0-0-60 โดยทั่วไปคือโพแทสเซียมคลอไรด์ (Potassium Chloride: KCl) หรือ Muriate of Potash: MOP เป็นแม่ปุ๋ยโพแทสเซียมเข้มข้น ให้ K₂O 60% แต่ไม่มีไนโตรเจนและฟอสเฟต เหมาะเมื่อผลวิเคราะห์ดินและคำแนะนำเฉพาะพืชชี้ว่าแปลงต้องเติมโพแทสเซียม อย่างไรก็ตาม ปุ๋ยชนิดนี้มีคลอไรด์และมีความเป็นเกลือ จึงต้องระวังการใส่เข้มข้นชิดเมล็ดหรือรากอ่อน รวมถึงพืชหรือพื้นที่ที่ไวต่อคลอไรด์และความเค็ม
ปุ๋ยสูตร 0-0-60 คืออะไร
0-0-60 เป็นปุ๋ยที่มักใช้ทั้งแบบใส่เดี่ยวและเป็นแม่ปุ๋ยสำหรับผสมสูตร ตัวเลขสามชุดบนฉลากเรียงตาม N–P₂O₅–K₂O และเป็นร้อยละโดยน้ำหนัก จึงอ่านได้ดังนี้
| ตัวเลขบนฉลาก | ความหมาย | ปริมาณในปุ๋ย 100 กก. |
|---|---|---|
| 0 | ไนโตรเจนทั้งหมด (N) | 0 กก. |
| 0 | ฟอสเฟตในรูป P₂O₅ | 0 กก. |
| 60 | โพแทชในรูป K₂O | 60 กก. |
กระสอบ 50 กิโลกรัมมี K₂O ตามฉลาก 30 กิโลกรัม เลข 60 ไม่ใช่ธาตุ K บริสุทธิ์ 60% เพราะฉลากแสดงเป็น K₂O หากต้องแปลงเป็นธาตุ K ใช้ตัวคูณประมาณ 0.83 แต่คำแนะนำปุ๋ยส่วนใหญ่มักใช้ K₂O อยู่แล้ว จึงต้องตรวจหน่วยก่อนคำนวณ
โพแทสเซียมมีบทบาทอย่างไรกับพืช
โพแทสเซียมเกี่ยวข้องกับเอนไซม์ การเคลื่อนย้ายน้ำและคาร์โบไฮเดรต การเปิด–ปิดปากใบ การสังเคราะห์แสง และความแข็งแรงของเนื้อเยื่อ แต่ไม่ได้ทำให้ผลหวานหรือใหญ่ทุกกรณี ผลลัพธ์ยังขึ้นกับพันธุ์ แสง น้ำ โรค และธาตุอื่น
อาการขาด K มักเริ่มที่ใบแก่ เช่น ขอบใบเหลืองหรือแห้ง แต่คล้ายความเค็ม รากเสียหาย และขาดน้ำ จึงไม่ควรเพิ่ม 0-0-60 จากอาการใบอย่างเดียว
0-0-60 เหมาะกับพืชอะไร
0-0-60 เหมาะกับแปลงที่พืชต้องการ K และดินให้ไม่พอ กรมพัฒนาที่ดินใช้เป็นแม่ปุ๋ยสำหรับคำนวณตามค่าวิเคราะห์ดินของข้าว และอาจอยู่ในแผนของพืชไร่ ไม้ผล หรือผักได้ แต่ความต้องการต่างกันตามชนิดและระยะพืช
ข้อควรระวังเรื่องคลอไรด์และความเค็ม
โพแทสเซียมคลอไรด์มีคลอไรด์ ซึ่งเป็นธาตุจำเป็นในปริมาณเล็กน้อย แต่เมื่อสะสมมากอาจเป็นปัญหาในพืชไวต่อคลอไรด์ ดินเค็ม พื้นที่ระบายน้ำไม่ดี หรือน้ำชลประทานเค็ม ยาสูบเป็นตัวอย่างที่ชัดว่าคุณภาพอาจได้รับผลกระทบจึงมักเลือกโพแทสเซียมซัลเฟต ส่วนไม้ผลบางชนิด สตรอว์เบอร์รี มันฝรั่ง หรือพันธุ์เฉพาะต้องประเมินเป็นกรณีไป
MOP มีความเป็นเกลือ การใส่เป็นกองหรือชิดเมล็ดอาจทำให้การงอกและรากอ่อนเสียหาย ความเสี่ยงสูงขึ้นเมื่อดินแห้งหรือปุ๋ยกระจุกตัว พื้นที่มีประวัติดินเค็มควรตรวจค่าการนำไฟฟ้า (EC) ของดินและคุณภาพน้ำก่อนเลือกแหล่ง K

0-0-60 ต่างจาก 0-0-50 อย่างไร
| ประเด็น | 0-0-60 | 0-0-50 โดยทั่วไป |
|---|---|---|
| แหล่งโพแทสเซียม | โพแทสเซียมคลอไรด์ (MOP) | โพแทสเซียมซัลเฟต (SOP) |
| K₂O ตามฉลาก | 60% | ประมาณ 50% ตามสูตรผลิตภัณฑ์ |
| ธาตุร่วมสำคัญ | คลอไรด์ | กำมะถันในรูปซัลเฟต |
| การเลือกใช้ | แหล่ง K ที่ใช้แพร่หลาย เมื่อพืชและพื้นที่รับคลอไรด์ได้ | พิจารณาเมื่อพืชไวต่อคลอไรด์หรือมีความต้องการกำมะถัน ทั้งนี้ต้องดูฉลากและต้นทุนต่อหน่วย K₂O |
อย่าดูเพียงราคาต่อกระสอบ ให้เทียบราคาต่อกิโลกรัม K₂O ความต้องการกำมะถัน ความเสี่ยงคลอไรด์ และคุณภาพผลผลิต หากพื้นที่เสี่ยงควรประเมินแหล่ง K อื่นร่วมด้วย
วิธีใช้ปุ๋ย 0-0-60 อย่างเป็นระบบ
1. ตรวจดินและน้ำก่อนกำหนดอัตรา
ผลดินบอกระดับ K ที่เป็นประโยชน์ สำหรับแปลงชลประทาน ชายฝั่ง หรือพื้นที่เคยมีปัญหาเกลือ ควรตรวจ EC และคลอไรด์ในน้ำด้วย
2. คำนวณจาก K₂O ที่แนะนำ
นำ K₂O ที่แนะนำหารด้วย 0.60 เพื่อประเมินน้ำหนักปุ๋ย ตัวอย่างเชิงวิธีคิด: ปุ๋ย 10 กิโลกรัมให้ K₂O 6 กิโลกรัม ไม่ใช่อัตราต่อไร่ และต้องหัก K จากแหล่งอื่นด้วย
3. กระจายปุ๋ยและเว้นระยะจากเมล็ด
อย่าเทกองหรือให้ปุ๋ยสัมผัสเมล็ดและรากอ่อน กระจายตามวิธีเฉพาะพืช หากอัตราสูงหรือดินเสี่ยงเค็ม การแบ่งใส่อาจลดความเข้มข้นเฉพาะจุด แต่ต้องปรับตามดิน ฝน และระบบน้ำ
4. จัดเวลาให้สัมพันธ์กับราก น้ำ และการเก็บเกี่ยว
ใส่เมื่อรากดูดใช้ได้และดินมีความชื้นพอเหมาะ ไม่ใส่บนดินแห้งจัดหรือก่อนฝนหนัก สำหรับไม้ผลควรยึดโปรแกรมเฉพาะชนิดและระยะพัฒนา
5. ติดตามทั้งผลผลิตและคุณภาพดิน
บันทึกสูตร ปริมาณ วันและวิธีใส่ น้ำ และผลผลิต ตรวจดินซ้ำเพื่อดูแนวโน้ม K และความเค็ม
เลือกซื้อและเก็บอย่างปลอดภัย
- ตรวจสูตร ชื่อสามัญ เลขทะเบียน ผู้ผลิต น้ำหนัก และคำเตือนบนฉลาก
- อย่าเลือกจากสีเม็ดอย่างเดียว เพราะไม่ได้บอกประสิทธิภาพต่อพืช
- สวมถุงมือและหน้ากากกันฝุ่น หลีกเลี่ยงการสัมผัสดวงตา และล้างมือหลังใช้งาน
- เก็บในที่แห้งบนพาเลต แยกจากอาหาร เมล็ดพันธุ์ เด็ก และแหล่งน้ำ
- หากหก ให้เก็บกลับอย่างปลอดภัย ไม่ฉีดล้างลงท่อ คลอง หรือบ่อปลา
คำถามที่พบบ่อย
0-0-60 ทำให้ผลหวานขึ้นจริงไหม
โพแทสเซียมเกี่ยวข้องกับการลำเลียงน้ำตาล แต่ความหวานยังขึ้นกับพันธุ์ แสง น้ำ และอายุเก็บเกี่ยว หากดินมี K เพียงพอ การใส่เพิ่มอาจไม่ช่วยและอาจเพิ่มความเค็ม
ใช้ 0-0-60 กับไม้ผลได้หรือไม่
ใช้ได้เมื่อผลดินรองรับ แต่ต้องประเมินความไวต่อคลอไรด์ของชนิด พันธุ์ ต้นตอ คุณภาพน้ำ และการระบายน้ำ หากเสี่ยงให้เปรียบเทียบโพแทสเซียมซัลเฟต
0-0-60 กับ 46-0-0 ใส่แทนกันได้ไหม
ไม่ได้ 0-0-60 ให้โพแทสเซียม ส่วน 46-0-0 ให้ไนโตรเจน การเลือกผิดสูตรทำให้ธาตุอาหารไม่ตรงกับที่พืชต้องการ หากใช้ร่วมกันต้องคำนวณ N และ K₂O แยกตามคำแนะนำ ไม่ผสมจากสัดส่วนที่กะด้วยสายตา
ควรใส่ 0-0-60 กี่กิโลกรัมต่อไร่
ไม่มีอัตราเดียวสำหรับทุกแปลง ต้องใช้ผลดิน ชนิดพืช ผลผลิตเป้าหมาย ระบบน้ำ และแหล่ง K อื่นประกอบ ให้ยึดคำแนะนำของหน่วยงานเกษตรและฉลาก
สรุป
ปุ๋ยสูตร 0-0-60 คือแหล่งโพแทสเซียมเข้มข้นที่มักอยู่ในรูปโพแทสเซียมคลอไรด์ ให้ K₂O 60% โดยไม่มี N และ P₂O₅ เหมาะเมื่อแปลงขาด K และพืชรับคลอไรด์ได้ จุดที่ต้องระวังคือความเป็นเกลือ การวางชิดเมล็ด การใช้ในดินหรือน้ำเค็ม และพืชไวต่อคลอไรด์ ก่อนซื้อจำนวนมากควร ตรวจดิน ตรวจน้ำเมื่อมีความเสี่ยง คำนวณ K₂O รวม และทำตามฉลาก
แหล่งข้อมูลประกอบการเรียบเรียง
- กรมพัฒนาที่ดิน: ระบบคำนวณการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน
- Penn State Extension: Managing Potassium for Crop Production
- University of Minnesota Extension: Potassium for Crop Production
- Manitoba Agriculture: Soil Fertility Guide
- Virginia Cooperative Extension: Fertilizer Types and Calculating Application Rates





